Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2565

การพัฒนาวิธีการตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารพิษตกค้างในตัวอย่างทางการเกษตร ให้มีความถูกต้องและแม่นยำ เพื่อรองรับมาตรฐานเกษตรปลอดภัย

เสาวภา ชูมณี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2565

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

โครงการวิจัยย่อยที่ 1 งานวิจัยนี้ได้พัฒนาวิธีวิเคราะห์และตรวจสอบความใช้ได้ของวิธีวิเคราะห์หาปริมาณสารคาร์เบนดาซิม และไทอะเบนดาโซล โดยใช้เทคนิคโครมาโทกราฟีของเหลวสมรรถนะสูงซึ่งเป็นสารฆ่าเชื้อราในผลไม้ และพืชผักตามตลาดทั่วไปในจังหวัดเพชรบูณ์ จำนวน 55 ตัวอย่าง ในการทดลองนี้ได้ศึกษาสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการสารทั้ง 2 ชนิด ซึ่งสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการแยกสารทั้ง 2 ชนิดใช้คอลัมน์ YMC-C18 (4.6 ? 250 mm, 5 ?m ) ใช้เฟสเคลื่อนที่น้ำต่อเมทานอล ที่อัตราส่วน 50:50 อัตราการไหลของเฟสเคลื่อนที่ 1 มิลลิลิตรต่อนาที อุณหภูมิของคอลัมน์ 40 องศาเซลเซียส ตรวจวัดด้วยฟลูออเรสเซนต์ ที่สภาวะการกระตุ้น 285 นาโนเมตร และการคายแสง 315 นาโนเมตร ผลของการตรวจสอบความใช้ได้ของวิธีวิเคราะห์นี้พบว่า สามารถแยกสารคาร์เบนดาซิม และสารไทอะเบนดาโซลภายในเวลา 15 นาที ช่วงความเป็นเส้นตรงของสารคาร์เบนดาซิม และไทอะเบนดาโซลคือ 0.025-2.5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ค่าสัมประสิทธิ์ของการตัดสินใจ (r2) ของคาร์เบนดาซิมเท่ากับ 0.9998 และไทอะเบนดาโซลเท่ากับ 0.9997 ตามลำดับ โซล ที่ LOD ได้การ fortify สารคาร์เบนดาซิม และไทอะเบนดา ความเข้มเข้ม 0.025, 0.05 และ LOQ ที่ความเข้มข้น 0.05 และ 0.15 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม คำนวณผลของร้อยละการทั้ง LOD และ LOQ นี้ 89.40 ถึง 102.64% ความแม่นของวิธีที่พัฒนาขึ้นนี้มีค่าร้อลละการกลับคืนอยู่ในช่วง 95.72 ถีง 101.45% และและความเที่ยงมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานสัมพัทธ์อยู่ในช่วง 2 ถึง 4.63% จากวิธีดังกล่าวนี้ได้ทำการวิเคราะห์หาสารพิษทั้ง 2 ชนิด พบว่า 53 ตัวอย่างไม่เจอสารคาร์เบนดาซิม และไทอะเบนดาโซล แต่อีก 2 ตัวย่างพบสารแค่ชนิดเดียวคือ คาร์เบนดาซิม ซึ่งปริมาณที่ตรวจพบไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน จากวิธีที่พัฒนานี้ประสบความสำเร็จมีความถูกต้อง แม่นยำ สามารถนำไปใช้เป็นวิธีมาตรฐานสำหรับการตรวจวิเคราะห์หาปริมาณสารพิษทั้ง 2 ชนิดในผลไม้ และพืชผักได้ โครการวิจัยย่อยที่2 Aldicarb, carbaryl, carbofuran, methomyl และ oxamyl เป็นสารกลุ่มคาร์บาเมต ซึ่งกลุ่มสารคาร์บาเมตที่กล่าวมาทั้ง 5 ชนิดนี้เป็นกลุ่มสารพิษตกค้างที่อันตรายในผักและผลไม้ หากมีมากเกินไปจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค ดังนั้นในงานวิจัยนี้จึงได้พัฒนาวิธีวิเคราะห์สำหรับตรวจหาปริมาณสารกลุ่มคาร์บาเมตทั้ง 5 ชนิดนี้ด้วยเทคนิคโครมาโทกราฟีของเหลวสมรรถนะสูงในผลไม้ และพืชผักที่จำหน่วยตามตลาดทั่วไปในจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 55 ตัวอย่าง ในสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการแยกนี้ใช้คอลัมน์ YMC-Triart C18 (4.6?250 mm, 5 ?m) ใช้เฟสเคลื่อนที่คือ น้ำต่อเมทานอล อัตราการไหลของเฟสเคลื่อนที่คือ 1 มิลลิลิตรต่อนาที อุณหภูมิของคอลัมน์ 40 องศาเซลเซียส ตรวจวัดด้วยไดโอดอารเรย์โดยที่สาร aldicarb, carbaryl และ carbofuran 220 นาโนเมตร methomyl และ oxamyl 234 นาโนเมตร ตามลำดับ ผลของวิธีที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถแยกสารทั้ง 5 ชนิดได้ด้วยระบบเกรเดียน มีช่วงความเป็นเส้นตรงของแต่ละสารดังนี้ aldicarb (0.03-2.5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม), carbaryl (0.001-0.5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม), carbofuran (0.001 2.50 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม), methomyl (0.015-1.0 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) และ oxamyl (0.025-2.00 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) ตามลำดับ LOD และ LOQ ของสารทั้ง 5 ชนิดมีอยู่ในช่วง 87.69% ถึง 105% และ%RSD ของสารทั้ง 5 ชนิด ไม่เกิน 10% จากวิธีดังกล่าวได้ทำการวิเคราะห์สารพิษตกค้างทั้ง 5 ชนิด พบว่าส้มโอแดง และกระชายมีปริมาณ carbofuran เกินเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ จากวิธีที่พัฒนาขึ้นนี้มีความแม่น ถูกต้อง จำเพาะเจาะจง เป็นวิธีที่รวดเร็ว และง่าย, สามารถนำไปใช้เป็นวิธีมาตรฐานในการวิเคราะห์สารพิษตกค้างกลุ่มคาร์บาเมตทั้ง 5 ชนิด ในตัวอย่างผลไม้ และพืชผัก โครงการวิจัยย่อยที่ 3 ในงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาวิธีวิเคราะห์ และตรวจสอบความใช้ได้ของวิธีวิเคราะห์สำหรับการคัดครองสารกำจัดศัตรูพืชกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต (OP) จำนวน 20 ชนิดในพืชผักและผลไม้ ด้วยเทคนิคแก๊สโครมาโทกราฟี ตัวตรวจวัดแบบ flame photometer (GC-FPD) การสกัดและทำความสะอาดตัวอย่างด้วยวิธี QuEChERS แบบ EN method ผลการทดสอบความใช้ได้ของวิธีวิเคราะห์พบว่ากราฟมาตรฐานและช่วงของการวัดของสารทุกชนิดมีความเป็นเส้นตรง โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แสดงการตัดสินใจ (coefficient of determination, r2) > 0.995 ได้ทดสอบความแม่น และความเที่ยงของวิธีโดยใช้สารกลุ่ม OP 20 ชนิดใน sample blankที่ระดับความเข้มข้นต่าง ๆ ทำ 10 ซ้ำ พบว่าอยู่ในเกณฑ์ยอมรับคือ % recovery ในช่วง 70-120 และมีค่า HORRAT < 2 ได้ใช้วิธีการวิเคราะห์นี้ในงานประจำสำหรับห้องปฏิบัติการงานศูนย์วิทยาศาสตร์ ในตัวอย่างผักและผลไม้จำนวน 55 ตัวอย่าง พบว่ามีตัวอย่าง แคนตาลูป ผักกาดขาว ต้นหอม แรดิช หัวไช้เท้า และกวางตุ้งดอก พบสารกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตบางชนิด บางชนิดเป็นสารต้องห้ามมีในผักเช่น methamidophos, mavinphos และ Omethoate โครงการวิจัยย่อยที่ 4 สารขัณฑสกร เป็นสารให้ความหวาน ส่วนกรดเบนโซอิก และกรดซอร์บิก เป็นสารกันบูดที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นกรด หากมีมากจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ จึงต้องมีการจำกัดความเข้มข้นที่สามารถใช้ในอาหารและเครื่องดื่มได้ ด้วยเหตุนี้ จึงทำการวิเคราะห์หาปริมาณสารขัณฑสกรและกันบูดที่มีความสำคัญต่อผู้บริโภค งานวิจัยนี้จึงได้พัฒนาและตรวจสอบความใช้ได้ของวิธีวิเคราะห์ปริมาณสารขัณฑสกรและสารกันบูด โดยใช้เทคนิคโครมาโทกราฟีของเหลวสมรรถนะสูงในผลไม้ดอง ผลไม้แช่อิ่ม และน้ำผลไม้ที่มีจําหน่ายตามร้านค้าทั่วไปในจังหวัดเพชรบูรณ์ จํานวน 42 ตัวอย่าง สกัดตัวอย่างโดยใช้ตัวทำละลายเอทานอล ในคลื่นความถี่สูงเป็นเวลา 20 นาที สภาวะที่เหมาะสมสําหรับการแยกกรดเบนโซอิกและกรดซอร์บิก และแซ็กคารินโดยใช้คอลัมน์ Inertsil ODS-3 (4.6?250 mm, 5 ?m) และฟอสเฟสบัฟเฟอร์ ความเข้มข้น 20 มิลลิโมลาร์ ค่าพีเอช 6.7 กับ อะซิโตไนไตรท์ เป็นเฟสเคลื่อนที่มีอัตราการไหล 1.1 มิลลิลิตรต่อนาที อุณหภูมิคอลัมน์ที่ 30 องศาเซลเซียส ตรวจวัดด้วยโฟโตไดโอดอารเรย์ ที่ความยาวคลื่น 230 นาโนเมตร ผลการทดลองสามารถแยกสารทั้งสามชนิดได้ด้วยระบบเกรเดียนภายในเวลา 13 นาที กราฟมาตรฐานของกรดเบนโซอิก กรดซอร์บิก และแซ็กคาริน มีช่วงความเป็นเส้นตรง 0.5-200 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร (r2 = 0.9998), 0.5-200 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร (r2 = 0.9998) และ 0.5-50 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร (r2 = 0.9996) ตามลําดับ ค่า LOD และ LOQ ของกรดเบนโซอิก กรดซอร์บิก และแซ็กคาริน มีค่า เท่ากับ 14.96, 8.75 และ 8.98 และ 45.34 26.38 และ 27.21 มิลลิกรัมต่อลิต รตามลําดับ การทดสอบความถูกต้องได้จากการกลับคืนของสารที่ทราบปริมาณอยู่ในช่วง 86.58 ถึง 101.46 % และความแม่นวัดจากค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานสัมพัทธ์ในช่วง 0.39 ถึง 1.36% จากวิธีดังกล่าวได้ทำการวิเคราะห์หากรดเบนโซอิกและกรดซอร์บิก และแซ็กคารินในตัวอย่าง พบว่า ไม่มีวัตถุเจือปนอาหารตัวใดเกินมาตรฐานที่กำหนด จากวิธีที่พัฒนาขึ้นมานี้ พบว่าเป็นวิธีที่เร็ว ง่าย มีความถูกต้อง แม่นยำ และความจำเพาะเจาะจง สามารถนำไปใช้เป็นวิธีมาตรฐานในการวิเคราะห์กรดเบนโซอิกกรดซอร์บิก และแซ็กคาริน ในตัวอย่างอาหารและเครื่องดื่มได้คำสำคัญ : โครมาโทกราฟีของเหลวสมรรถนะสูง,แก๊สโครมาโทกราฟี,คาร์เบนดาซิม, ไทอะเบนดาโซล, คาร์บาเมต, ออร์กาโนฟอสเฟต, สารขัณฑสกร, กรดเบนโซอิก กรดซอร์บิก, สารพิษอันตราย

คำสำคัญ

fungicideResidueCarbamate substance groupOrganophosphate substance groupและสารกันบูดสารพิษตกค้าง..สารฆ่าเชื้อรา..สารกลุ่มคาร์บาเมต..สารกลุ่มออร์การ์โนฟอสเฟต..สารขัณฑสกร

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ความถูกต้องแม่นยำของการตรวจคัดกรองความเสี่ยงจากพิษสารเคมีกำจัดศัตรูพืชโดยใช้กระดาษทดสอบพิเศษในการเฝ้าระวังภาคสนาม

ประภัสสร สุวรรณบงกช กรมควบคุมโรค พ.ศ. 2560

การพัฒนาการตรวจวิเคราะห์สารพิษตกค้างของวัตถุอันตรายทางการเกษตรให้ถูกต้อง แม่นยำตามมาตรฐานสากล

พนิดา ไชยยันต์บูรณ์ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2558

การประยุกต์ใช้เทคนิคเนียร์อินฟราเรดสเปกโทรสโกปีในการตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนของราและสารพิษจากราในผลผลิตทางการเกษตร

ชีวานันท์ เดชอุปการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2556

โครงการวิจัยการกำหนดค่าปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดและระยะเวลาเก็บผลผลิตที่ปลอดภัยหลังการพ่นสารครั้งสุดท้าย เพื่อลดความเสี่ยงของสารพิษตกค้างในผลิตผลทางเกษตร

ประชาธิปัตย์ พงษ์ภิญโญ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2565

การวิจัยและพัฒนาเทคนิคการตรวจสอบรับรองปัจจัยการผลิตทางการเกษตร:สารพิษตกค้าง ปุ๋ย ดิน น้ำ สารสกัด ฮอร์โมน และผลิตภัณฑ์วัตถุมีพิษการเกษตร

จิตรา คล้ายมนต์ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2553

โครงการวิจัยและพัฒนาวิธีวิเคราะห์ทดสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์พืชแปรรูป

สิทธิพร งามมณฑา กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2556

การศึกษาระดับการปนเปื้อนของสารพิษจากภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรมและชุมชนในน้ำและตะกอนดินของแม่น้ำชีและแม่น้ำมูล

นางอมรรัตน์ วงษ์กลม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2552

การศึกษาสารพิษตกค้างทางการเกษตรในดินสวนทุเรียน เพื่อเข้าสู่การปรับเปลี่ยนการผลิตแบบอินทรีย์

สุทธิรักษ์ ผลเจริญ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2560

การหาปริมาณยาฆ่าแมลงตกค้างในผลิตภัณฑ์แปรรูปพืชผลทางเกษตรจากกลุ่มเกษตร ในเขตจังหวัดมหาสารคาม

ทองสุข พละมา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2563

การหาปริมาณยาฆ่าแมลงตกค้างในผักและผลไม้สด และผลิตภัณฑ์ แปรรูปจากผักและผลไม้ ในเขตจังหวัดมหาสารคาม

ดร. ปนัดดา แทนสุโพธิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2560