กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยการกำหนดค่าปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดและระยะเวลาเก็บผลผลิตที่ปลอดภัยหลังการพ่นสารครั้งสุดท้าย เพื่อลดความเสี่ยงของสารพิษตกค้างในผลิตผลทางเกษตร โดยกำหนดการทดลองตามวิธีการศึกษาการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรอย่างถูกต้องและปลอดภัย (Good Agricultural Practice, GAP) เพื่อกำหนดค่าปริมาณสูงสุดของสารพิษตกค้าง (Maximum Residue Limit, MRL) ทำการทดลองในแปลงทดลองปีละ 2 แปลง โดยวางแผนการทดลองแบบ supervised residue trial ตามหลักเกณฑ์ของโคเด็กซ์ ทำการเก็บผลผลิตที่ระยะเวลาต่างๆ หลังการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรครั้งสุดท้าย นำตัวอย่างมาสกัดและวิเคราะห์ชนิดของสารพิษตกค้างด้วยวิธีตามหลักมาตรฐานสากล ซึ่งโครงการวิจัยนี้ประกอบด้วย 2 โครงการวิจัยย่อย ได้แก่ วิจัยการสลายตัวของวัตถุอันตรายทางการเกษตรในมะม่วง ประกอบด้วย 4 การทดลอง โครงการย่อยที่ 2 วิจัยการสลายตัวของวัตถุอันตรายทางการเกษตรในพริก คะน้า และมะเขือเทศ ประกอบด้วย 7 การทดลอง โดยในปี 2565 ได้วิธีการตรวจวิเคราะห์สารพิษตกค้าง ในตัวอย่างมะม่วง พริก คะน้า และมะเขือเทศ ที่มีความน่าเชื่อถือ มีกระบวนการสกัดและตรวจสอบความใช้ได้ของวิธีเคราะห์ เพื่อให้ได้วิธีวิเคราะห์ ที่มีความถูกต้องแม่นยำ จำนวน 11 วิธี และสามารถนำวิธีที่ได้ไปตรวจวิเคราะห์หาปริมาณสารตกค้างจากแปลงทดลองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีร้อยละการได้กลับคืนเฉลี่ย (%recovery) อยู่ในช่วง 70-119% และค่าร้อยละส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานสัมพัทธ์ (%RSD) อยู่ในช่วง 2-17% มีขีดจำกัดการตรวจวัด (LOD) และขีดจำกัดการตรวจวัดเชิงปริมาณ (LOQ) เท่ากับ 0.005 และ 0.01 mg/kg ยกเว้นวิธีการสกัดสไปนีโทแรมในคะน้า มีค่า LOD และ LOQ เท่ากับ 0.01 และ 0.05 mg/kg ตามลำดับ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 8 — 8. Actual deliverable qualified through test and demonstration
การดำเนินงานในแปลงทดลองแบบ supervised residue trials และในห้องปฏิบัติการที่ผ่านการรับรอง ISO 17025:2017 และเป็นไปตามหลัก GLP จะนำไปสู่ข้อมูลที่มีคุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐานของ codex จึงทำให้ข้อมูลที่นำเสนอเพื่อขอกำหนดค่า MRLs มีความน่าเชื่อถือและยอมรับในสากล
กลุ่มวิจัยวัตถุมีพิษการเกษตร กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร มีห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025:2017 และมีความพร้อมด้วยเครื่องมือตรวจวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพสูงทั้ง GC-MS/MS และ LC-MS/MS จึงมีศักยภาพและความพร้อมในการตรวจวิเคราะห์ชนิดและปริมาณสารพิษตกค้างในตัวอย่างผลิตผลทางการเกษตรทั้งในงานวิจัยและงานบริการ นอกจากนี้ นักวิจัยในหน่วยงานได้รับการอบรมจากผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐอเมริกาในการศึกษาสารพิษตกค้างตามระบบ GLP เพื่อกำหนดค่าปริมาณสูงสุดของสารพิษตกค้าง (MRLs) ทำให้นักวิจัยสามารถปฏิบัติงานได้ตามหลักเกณฑ์ของการทำแปลงทดลองสารพิษตกค้าง (supervised residue trials) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลของ codex และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของหลักปฏิบัติที่ดีของห้องปฏิบัติการ (Good- Laboratory Practice หรือ GLP) ได้เป็นอย่างดี
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 8 — 8. proposed solution(s) as well as a plan for societal adaptation complete and qualified
เมื่อสิ้นสุดแผนงานย่อยนี้ ข้อมูลจากการวิจัยจะถูกนำไปเสนอ เพื่อพิจารณาขอกำหนดค่า MRL สำหรับประเทศไทย ASEAN และ codex ซึ่งค่า MRL นั้น เป็นค่าที่ใช้ในทางการค้า จึงส่งผลให้สามารถส่งออกสินค้าเกษตรได้อย่างเสรี นำไปสู่การขยายตลาดส่งออกไปยังต่างประเทศ ทำให้เกษตรกรและประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ มีการลงทุนเพิ่มขึ้นทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทำให้เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย
ปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรมีคำแนะนำการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรอย่างถูกต้องและเหมาะสม มีการทดลองเพื่อขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตรในพืชอาหาร เพื่อเป็นแนวทางให้เกษตรกรสามารถใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรได้อย่างถูกวิธี แต่กลับพบปัญหาในการผลิตพืชเพื่อการส่งออกที่มีข้อจำกัดในการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ไม่มีค่า MRLs คือ เกิดปัญหาการกีดกันทางการค้าสินค้าเกษตรจากประเทศไทย โดยอ้างถึงการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรดังกล่าว ซึ่งส่งผลเสียต่อปริมาณและมูลค่าการส่งออกของไทย จึงกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรและประเทศ