การใช้ประโยชน์จากสมุนไพรในท้องถิ่นเพื่อลดการปลดปล่อยแก๊สเมธเทนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโคเนื้อและโคนม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรในท้องถิ่นเพื่อลดการปลดปล่อยแก๊สเมธเทน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโคเนื้อและโคนม โดยทำการศึกษาในหลอดทดลองและศึกษาในสัตว์ทดลอง ประกอบด้วย 5 งานทดลอง ได้แก่งานทดลองที่ 1: ศึกษาองค์ประกอบทางเคมี คุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระและสารสำคัญในพืชสมุนไพร ได้แก่ ขิง ข่า ตะไคร้ เร่ว และผักหนาม ผลการทดลองพบว่า สารสกัดจากผักหนามมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระที่ทดสอบด้วยวิธี DPPH assay มากที่สุด โดยมีค่า IC50 อยู่ที่ 8.34 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตรซึ่งมากกว่าน้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้ เร่ว ข่า และขิง ตามลำดับ และผักหนามมีปริมาณสารฟีนอลลิกทั้งหมดสูงที่สุดเท่ากับ 15.96 มิลลิกรัมสมมูลของกรดแกลลิกต่อกรัม นอกจากนี้ผักหนามยังมีสารที่ทำหน้าที่คล้ายฮอร์โมนประกอบด้วยเอสโตรเจน และโทสโทสเทอโรนงานทดลองที่ 2: ศึกษาผลของพืชสมุนไพรในท้องถิ่นและระดับการเสริมต่อจลศาสตร์การผลิตแก๊ส การย่อยได้ของโภชนะ กระบวนการหมักและจำนวนประชากรจุลินทรีย์ในกระเพาะรูเมน ที่ศึกษาในหลอดทดลอง โดยทรีทเมนต์ที่ทำการศึกษาประกอบด้วย 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยที่ 1 ชนิดของพืชสมุนไพรในท้องถิ่น 5 ชนิด (ขิง ข่า ตะไคร้ เร่ว และผักหนาม) ปัจจัยที่ 2 ระดับการเสริม 4 ระดับ (0, 2, 4 และ 6เปอร์เซ็นต์) จากผลการทดลองพบว่าความสามารถในการย่อยได้ของวัตถุแห้งและอินทรียวัตถุ ปริมาณกรดโพรพิออนิกเพิ่มขึ้นเมื่อเสริมสมุนไพรทั้ง 5 ชนิดที่ระดับ 2, 4 และ 6 เปอร์เซ็นต์ (P0.05)งานทดลองที่ 5: ศึกษาคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระและสารสำคัญในน้ำมันหอมระเหยของพืชสมุนไพรและประยุกต์ใช้เป็นส่วนผสมของสารเคลือบผิวไคโตซานในผลิตภัณฑ์เนื้อโคที่เก็บรักษาที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 12 วัน การเคลือบผิวด้วยสารเคลือบไคโตซานร่วมกับสมุนไพร(น้ำมันหอมระเหยจากขิง ข่า ตะไคร้เร่ว และสารสกัดหยาบจากผักหนาม) ช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงคุณภาพด้านสีของเนื้อ (a*) โดยการยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของไขมันและไมโอโกลบินในเนื้อการเคลือบผิวสามารถลดค่าการสูญเสียน้ำจากการแช่เย็น ค่าการสูญเสียน้ำหลังการให้ความร้อน และค่าแรงตัดผ่านของเนื้อโคลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P 6 จากคะแนนเต็ม 9) ดังนั้น การใช้สารเคลือบผิวที่รับประทานได้ที่มีส่วนผสมของไคโตซานร่วมกับพืชสมุนไพรทั้ง 5 ชนิดสามารถรักษาคุณภาพของเนื้อโคและยืดอายุการเก็บรักษาเนื้อโคจากการศึกษาในครั้งนี้สามารถสรุปได้ว่าสมุนไพรในท้องถิ่นทั้ง 5 ชนิด ได้แก่ ขิง ข่า ตะไคร้ เร่วและผักหนาม มีศักยภาพสูงในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโคเนื้อและโคนม โดยช่วยเพิ่มการย่อยได้ของโภชนะ ปรับปรุงกระบวนการหมักและนิเวศวิทยาในกระเพาะรูเมน เพิ่มผลผลิตกรดกรดไขมันที่ระเหยได้ง่ายโดยเฉพาะกรดโพรพิออนิก การสังเคราะห์จุลินทรีย์โปรตีน และมีผลต่อการลดการผลิตแก๊สเมธเทน ซึ่งการใช้สมุนไพรทั้ง 5 ชนิดในรูปแบบสารเสริมส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยการเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตในโคเนื้อและเพิ่มผลผลิตน้ำนมในโครีดนม นอกจากนี้การใช้สารเคลือบผิวที่รับประทานได้ที่มีส่วนผสมของไคโตซานร่วมกับพืชสมุนไพรทั้ง 5 ชนิด สามารถรักษาคุณภาพของเนื้อโคและยืดอายุการเก็บรักษาเนื้อโคคำสำคัญ : สมุนไพรในท้องถิ่น สารพฤกษเคมี แก๊สเมธเทน โคเนื้อ โคนม