Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

การใช้ประโยชน์จากสมุนไพรในท้องถิ่นเพื่อลดการปลดปล่อยแก๊สเมธเทนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโคเนื้อและโคนม

กัมปนาจ เภสัชชา สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรในท้องถิ่นเพื่อลดการปลดปล่อยแก๊สเมธเทน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโคเนื้อและโคนม โดยทำการศึกษาในหลอดทดลองและศึกษาในสัตว์ทดลอง ประกอบด้วย 5 งานทดลอง ได้แก่งานทดลองที่ 1: ศึกษาองค์ประกอบทางเคมี คุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระและสารสำคัญในพืชสมุนไพร ได้แก่ ขิง ข่า ตะไคร้ เร่ว และผักหนาม ผลการทดลองพบว่า สารสกัดจากผักหนามมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระที่ทดสอบด้วยวิธี DPPH assay มากที่สุด โดยมีค่า IC50 อยู่ที่ 8.34 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตรซึ่งมากกว่าน้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้ เร่ว ข่า และขิง ตามลำดับ และผักหนามมีปริมาณสารฟีนอลลิกทั้งหมดสูงที่สุดเท่ากับ 15.96 มิลลิกรัมสมมูลของกรดแกลลิกต่อกรัม นอกจากนี้ผักหนามยังมีสารที่ทำหน้าที่คล้ายฮอร์โมนประกอบด้วยเอสโตรเจน และโทสโทสเทอโรนงานทดลองที่ 2: ศึกษาผลของพืชสมุนไพรในท้องถิ่นและระดับการเสริมต่อจลศาสตร์การผลิตแก๊ส การย่อยได้ของโภชนะ กระบวนการหมักและจำนวนประชากรจุลินทรีย์ในกระเพาะรูเมน ที่ศึกษาในหลอดทดลอง โดยทรีทเมนต์ที่ทำการศึกษาประกอบด้วย 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยที่ 1 ชนิดของพืชสมุนไพรในท้องถิ่น 5 ชนิด (ขิง ข่า ตะไคร้ เร่ว และผักหนาม) ปัจจัยที่ 2 ระดับการเสริม 4 ระดับ (0, 2, 4 และ 6เปอร์เซ็นต์) จากผลการทดลองพบว่าความสามารถในการย่อยได้ของวัตถุแห้งและอินทรียวัตถุ ปริมาณกรดโพรพิออนิกเพิ่มขึ้นเมื่อเสริมสมุนไพรทั้ง 5 ชนิดที่ระดับ 2, 4 และ 6 เปอร์เซ็นต์ (P0.05)งานทดลองที่ 5: ศึกษาคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระและสารสำคัญในน้ำมันหอมระเหยของพืชสมุนไพรและประยุกต์ใช้เป็นส่วนผสมของสารเคลือบผิวไคโตซานในผลิตภัณฑ์เนื้อโคที่เก็บรักษาที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 12 วัน การเคลือบผิวด้วยสารเคลือบไคโตซานร่วมกับสมุนไพร(น้ำมันหอมระเหยจากขิง ข่า ตะไคร้เร่ว และสารสกัดหยาบจากผักหนาม) ช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงคุณภาพด้านสีของเนื้อ (a*) โดยการยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของไขมันและไมโอโกลบินในเนื้อการเคลือบผิวสามารถลดค่าการสูญเสียน้ำจากการแช่เย็น ค่าการสูญเสียน้ำหลังการให้ความร้อน และค่าแรงตัดผ่านของเนื้อโคลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P 6 จากคะแนนเต็ม 9) ดังนั้น การใช้สารเคลือบผิวที่รับประทานได้ที่มีส่วนผสมของไคโตซานร่วมกับพืชสมุนไพรทั้ง 5 ชนิดสามารถรักษาคุณภาพของเนื้อโคและยืดอายุการเก็บรักษาเนื้อโคจากการศึกษาในครั้งนี้สามารถสรุปได้ว่าสมุนไพรในท้องถิ่นทั้ง 5 ชนิด ได้แก่ ขิง ข่า ตะไคร้ เร่วและผักหนาม มีศักยภาพสูงในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโคเนื้อและโคนม โดยช่วยเพิ่มการย่อยได้ของโภชนะ ปรับปรุงกระบวนการหมักและนิเวศวิทยาในกระเพาะรูเมน เพิ่มผลผลิตกรดกรดไขมันที่ระเหยได้ง่ายโดยเฉพาะกรดโพรพิออนิก การสังเคราะห์จุลินทรีย์โปรตีน และมีผลต่อการลดการผลิตแก๊สเมธเทน ซึ่งการใช้สมุนไพรทั้ง 5 ชนิดในรูปแบบสารเสริมส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยการเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตในโคเนื้อและเพิ่มผลผลิตน้ำนมในโครีดนม นอกจากนี้การใช้สารเคลือบผิวที่รับประทานได้ที่มีส่วนผสมของไคโตซานร่วมกับพืชสมุนไพรทั้ง 5 ชนิด สามารถรักษาคุณภาพของเนื้อโคและยืดอายุการเก็บรักษาเนื้อโคคำสำคัญ : สมุนไพรในท้องถิ่น สารพฤกษเคมี แก๊สเมธเทน โคเนื้อ โคนม

คำสำคัญ

Methaneโคเนื้อโคนมสารพฤกษเคมีDairy cowแก๊สเมธเทนBeef cattelLocal Plant herbPhytoneutrientsสมุนไพรในท้องถิ่น

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การใช้สมุนไพรเป็นอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้อง เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคและลดสารตกค้างในผลิตภัณฑ์จากสัตว์

ชำนาญวิทย์ พรมโคตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2564

ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และปริมาณสารประกอบฟีนอลิกจากพืชสมุนไพรท้องถิ่นและผักพื้นบ้าน เพื่อเป็นประโยชน์ในชุดสำรับ/ตำรับอาหาร

วิไลวรรณ สิมเชื้อ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พ.ศ. 2559

การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโคเนื้อ และโคนมด้วยสมุนไพรไทยโดยใช้พริกป่นและขมิ้นชันในอาหารสัตว์ เพื่อลดการใช้ยาปฏิชีวนะ

โอภาส พิมพา สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2564

การตรวจสอบสมุนไพรในโคเนื้อทางวิทยาศาสตร์ โดยสืบสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น สำหรับเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อ เพื่อการประกอบอาชีพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงกรณีศึกษา บ้านสี่เหลี่ยมเจริญ ตำบลแสลงพัน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

นายจรัส สว่างทัพ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2558

ผลของสารสกัดจากพืชสมุนไพรต่อการงอกและการเจริญเติบโตของวัชพืชบางชนิด

วันวิสาข์ ลิจ้วน มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี พ.ศ. 2560

การศึกษาแนวทางการใช้ประโยชน์จากผลพลอยได้ทางการเกษตรในท้องถิ่น (รำเดือยและปลายเดือย) เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในจังหวัดเลย และเมืองแก่นท้าว แขวงไชยบุรี สปป.ลาว

ชัยพฤกษ์ หงษ์ลัดดาพร มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พ.ศ. 2560

การศึกษาพัฒนาการใช้อาหารข้นอัดก้อนผสมสมุนไพรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในสัตว์เคี้ยวเอื้อง

นางสาวชนณภัส หัตถกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2554

การศึกษารูปแบบการผลิต สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ และกิจกรรมต้านอนุมูลอิสระของยอดมันเทศ เพื่อเป็นอาหารสุขภาพสำหรับชุมชนเมือง

ละอองศรี ศิริเกษร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ พ.ศ. 2559

การวิจัยแบบมีส่วนร่วมเพื่อลดการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชโดยใช้สารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์

อัคกะบัทคาน ปาทาน มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2559

การขยายผลเชิงพื้นที่ในการพัฒนาการเลี้ยงและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโคเนื้อ-โคนมด้วยสมุนไพรไทยโดยใช้พริกป่นและขมิ้นชันในอาหารสัตว์

โอภาส พิมพา สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2566