ผลของการเดินสมาธิที่มีต่อภาวะพุทธิปัญญาและสมองเสื่อมในผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อภาษาไทยชื่อเรื่องวิจัย ผลของการเดินสมาธิที่มีต่อภาวะพุทธิปัญญาและสมองเสื่อมในผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงผู้วิจัย นางสาวเสาวลักษณ์ สุนทราลักษณ์คณะวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสุโขทัยการศึกษาวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการเดินสมาธิที่มีต่อการทำงานของหลอดเลือดและการไหลของเลือดในสมองในผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง และศึกษาผลของการเดินสมาธิที่มีต่อภาวะพุทธิปัญญาและภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง อายุระหว่าง 60-75 ปี จำนวน 40 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเดิน (n=12) กลุ่มเดินสมาธิ (n=13) และกลุ่มควบคุม (n=15) กลุ่มเดินและเดินสมาธิได้แบ่งระยะการออกกำลังกายเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงแรก สัปดาห์ที่ 1-4 ความหนัก 40–50% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด ส่วนช่วงที่ 2 สัปดาห์ 5-8 ความหนัก 50-60% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด และช่วงที่ 3 สัปดาห์ 9-12 ความหนัก 60-70% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด การเดินสมาธิขณะเดินกำหนดจิตตั้งใจจับความรู้สึกที่เท้า โดยให้ออกเสียงคำว่า พุท และ โธ เมื่อก้าวแต่ละข้างไปข้างหน้า ส่วนกลุ่มควบคุมไม่ได้มีการออกกำลังกายโดยให้ใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ก่อนและหลังการฝึกออกกำลังกาย 12 สัปดาห์ กลุ่มอาสาสมัครได้รับการตรวจด้านตัวแปรทางสรีรวิทยา ตัวแปรสุขสมรรถนะ สารชีวเคมีในเลือด การทำงานของหลอดเลือด คุณภาพชีวิต วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติโดยใช้การทดสอบความแปรปรวนแบบวัดซ้ำและเปรียบเทียบรายคู่โดยใช้วิธีการทดสอบของบอนเฟอโรนีผลการวิจัยพบว่า หลังการฝึกออกกำลังกาย 12 สัปดาห์ กลุ่มการเดินและการเดินสมาธิช่วยทำให้อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัวลลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อีกทั้งช่วยในการปรับปรุงการทำงานของหลอดเลือด ภาวะเครียดทางออกซิเดชั่นและคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ส่วนการเดินสมาธิสามารถช่วยปรับปรุงการทำงานของหลอดเลือดสมองและลดระดับคอร์ติซอลหลังจากฝึกออกกำลังกาย 12 สัปดาห์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนภาวะพุทธิปัญญาและสมองเสื่อมไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 หลัง 12 สัปดาห์ทั้งสามกลุ่มสรุปผลการวิจัย การออกกำลังกายด้วยการเดินและการเดินสมาธิช่วยในการปรับปรุงหน้าที่การทำงานของหลอดเลือดในผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง ส่วนกลุ่มเดินสมาธิช่วยปรับปรุงการทำงานของหลอดเลือดสมองดีกว่ากลุ่มเดิน