การพัฒนารูปแบบการออกกำลังกายแบบวงจรที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของรูปแบบการออกกำลังกายแบบวงจรที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ เพื่อเปรียบเทียบผลของรูปแบบการออกกำลังกายแบบวงจรที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุภายในกลุ่ม ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ 6 และสัปดาห์ 12และเพื่อพัฒนารูปแบบการออกกำลังกายแบบวงจรที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ อาสาสมัครที่เข้าร่วมการทดลองเป็นผู้สูงอายุชมรมผู้สูงอายุจังหวัดชัยภูมิ จำนวน 128 คน อายุระหว่าง 60-70 ปี อาสาสมัครทำการทดลอง 2 กลุ่ม โดยกลุ่มทดลอง 64 คน ฝึกตามรูปแบบการออกกำลังกายแบบวงจรที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 12 สัปดาห์ๆละ 3 วันๆ ละ 60 นาที กลุ่มควบคุม 64 คนทำการใช้ชีวิตประจำวันปกติและเข้าร่วมกิจกรรมของชมรมผู้สูงอายุจังหวัดชัยภูมิได้ตามปกติ และเปรียบเทียบตัวแปรภายในกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ระหว่างก่อนการทดลอง หลังการทดลองสัปดาห์ที่ 6 และหลังการทดลองสัปดาห์ที่ 12 โดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำ (One-Way ANOVA Repeated Measure) และเปรียบเทียบความแตกต่าง ภายในกลุ่มของตัวแปร ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ในช่วงเวลาก่อนการทดลอง หลังการทดลองสัปดาห์ที่ 6 และหลังการทดลองสัปดาห์ที่ 12 โดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนสองทางแบบวัดซ้ำ (Two-Way ANOVA Repeated Measure) กำหนดระดับความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มทดลองค่าเฉลี่ยก่อนการฝึก กับหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 6 และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 12 แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01 ได้แก่ การทรงตัวแบบอยู่กับโดยสอบความสามารถในการเอื้อมมือไปด้านหน้า การทรงตัวขณะเคลื่อนที่ โดยวิธีการของออสเนส ประสิทธิภาพการล้ม ความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิตและหายใจ ความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อ ความยืดหยุ่นของร่างกาย องค์ประกอบของร่างกาย และระดับคุณภาพชีวิต กลุ่มควบคุม มีค่าเฉลี่ยก่อนการฝึก กับหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 6 และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 12 ไม่มีความแตกต่างในทุกตัวแปรอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม มีค่าเฉลี่ยก่อนการฝึก กับหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 6 และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 12 แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01 (p< .01) ได้แก่ การทรงตัวขณะอยู่กับที่ การทรงตัวขณะเคลื่อนที่ คะแนนประเมินจากการวัดภาวะความกลัวต่อการหกล้ม ความแข็งแรงและอดทนของกล้ามเนื้อ ความอ่อนตัว ความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิตและหายใจ องค์ประกอบของร่างกาย และคุณภาพชีวิต สรุปผลการศึกษาได้ว่า ผลของรูปแบบการออกกำลังกายแบบวงจรที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุส่งผลให้การทรงตัว สุขสมรรถนะ คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุดีขึ้น