ประสิทธิภาพการลดความเครียดในไก่ไข่จากใบบัว
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ปัจจุบันใบบัวได้รับความนิยามเพื่อใช้ประโยชน์ที่หลากหลาย อย่างไรก็ตามด้วยคุณสมบัติของใบบัว ที่บอบบางทำให้ใบบัวประมาณร้อยละ 60 ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ตามวัตถุประสงค์ ใบบัวเหล่านี้ จึงกลายเป็นของเหลือหรือของเสียจากการผลิตใบบัวร่วมกับการผลิตไก่เนื้อและไก่ไข่สำหรับการบริโภคทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ การวิจัยชึ้นนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อการประยุกต์ใช้ใบบัวซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหลือจาก การเกษตรมาใช้ในการลดความเครียดในการเลี้ยงไก่ไข่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไข่จากไก่ของประเทศไทย การทดลองเพิ่มผงใบบัวลงในอาหารไก่ไข่ที่สัดส่วนร้อยละ 10, 20 และ 30 เทียบกับการเลี้ยงไก่โดยไม่ให้ผงใบบัว หลังให้อาหารเช้า 30-40 นาทีอุจจาระไก่จะถูกเก็บเพื่อวิเคราะห์ปริมาณฮอร์โมนความเครียด คือ corticosterone ในวันก่อนให้ผงใบบัว และทุกวันที่ 0, 1, 8, 15 และ 22 ของทุกรอบการทดลอง โดยมีการทดลองทั้งสิ้น 3 รอบ พบว่าระดับฮอร์โมน corticosterone มีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน พบว่าไก่กลุ่มที่มีระดับ corticostereone เฉลี่ยต่ำสุดคือร้อยละ 67.31 ng/g คือไก่ไข่กลุ่มที่ได้รับผงใบบัวเพิ่มในปริมาณ 10% ของปริมาณอาหารปกติ ตามด้วยกลุ่มได้รับผงใบบัวเพิ่มในปริมาณ 20% และกลุ่มที่ไม่ได้ผสม (เฉลี่ยต่ำสุด 91.74 ng/g และ 135.01 ng/g ตามลำดับ) โดยระดับฮอร์โมนของไก่กลุ่มการทดลองที่ได้รับผงใบบัวมีระดับฮอร์โมนความเครียดที่ต่ำลง และผลใบบัวที่เพิ่มในปริมาณร้อยละ 10 สามารถลดปริมาณ corticosterone ได้มากที่สุด คือตรวจพบค่าเฉลี่ย corticosterone ได้จากตัวอย่างอุจจาระน้อยที่สุด แต่ผลการวิเคราะห์ระดับฮอร์โมนยังไม่ชัดเจนว่า การเพิ่มปริมาณผงใบบัวที่ปริมาณเท่าไหร่จึงเหมาะสมและ เป็นผลดีต่อการคุมความเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากกระบวนการวิเคราะห์ระดับฮอร์โมนนี้มีปัจจัย ความแปรรวนหลายอย่าง เช่น อุจจาระที่เก็บเป็นตัวอย่าง การเตรียมอุจจาระ ตลอดจนขบวนการต่างๆ ในขั้นตอนการวิเคราะห์ฮอร์โมนด้วยวิธี ELISA ที่มีความไวสูง ควรทำการตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติมในปริมาณใบบัวที่หลากหลายมากขึ้นในช่วง 10 - 20 % ในสถาพแวดล้อมและวิธีการตรวจวิเคราะห์ที่ปรับให้เหมาะสม และควรหา biomarker สำหรับศึกษากลไกเพิ่มเติมทางชีวเคมี