ผลของการใช้เกมกลุ่มสัมพันธ์ด้านนันทนาการที่มีต่อการพัฒนา ความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กในสถานสงเคราะห์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลของการใช้เกมกลุ่มสัมพันธ์ด้านนันทนาการที่มีต่อการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กในสถานสงเคราะห์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนหญิงกลุ่มการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ที่อยู่ในสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวน 32 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทดลองเป็นนักเรียนที่สมัครใจเข้าร่วมกิจกรรมเกมกลุ่มสัมพันธ์ด้านนันทนาการ จำนวน 16 คน และกลุ่มควบคุมเป็นนักเรียนที่สมัครใจไม่เข้าร่วมกิจกรรมเกมกลุ่มสัมพันธ์ด้านนันทนาการ จำนวน 16 คน ดำเนินการทดลอง เป็นเวลา 7 สัปดาห์ๆ ละ 3 วัน วันละ 90 นาที รวมทั้งสิ้น 21 ครั้ง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบประเมินความฉลาดทางอารมณ์ ของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) วิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยความฉลาดทางอารมณ์ระหว่างก่อนการทดลองกับหลังการทดลองของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม และวิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยความฉลาดทางอารมณ์ระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม โดยการทดสอบค่า “ที” (t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1. ความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กในสถานสงเคราะห์เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์ปกติของกรมสุขภาพจิต พบว่า เด็กในสถานสงเคราะห์มีความฉลาดทางอารมณ์อยู่ในเกณฑ์ปกติทุกด้าน 2. ความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กในสถานสงเคราะห์กลุ่มทดลองระหว่างก่อนกับหลังการทดลอง พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เฉพาะองค์ประกอบด้านเก่ง องค์ประกอบย่อย เรื่องสัมพันธภาพ โดยมีค่าเฉลี่ยหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง 3. ความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กในสถานสงเคราะห์ระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม พบว่า องค์ประกอบด้านดี องค์ประกอบย่อย เรื่องเห็นใจผู้อื่น องค์ประกอบด้านสุข องค์ประกอบย่อย เรื่องภูมิใจตนเอง และพอใจชีวิต แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยสูงกว่ากลุ่มควบคุม