การผลิตมะม่วงนอกฤดูอย่างยั่งยืน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการผลิตมะม่วงนอกฤดูอย่างยั่งยืน เริ่มดำเนินการ เดือนพฤศจิกายน 2551 ถึง เดือนกันยายน 2554 ชุดดินปากช่อง กลุ่มชุดดิน โดยวางแผนการทดลองแบบ RCBD (Randomized Completely Block Design) จำนวน 3 ซ้ำ 4 วิธีการ คือ 1) ราดสารพาโคลบิวทราโซล อัตรา 40 มิลลิลิตร ในระยะเตรียมต้น หลังราดสาร 2 เดือน พ่นโพแทสเซียมไนเตรต 2.5% และระยะช่อดอกตูมและติดผลอ่อน พ่นแคลเซียมโบรอน 2) ระยะเตรียมต้นถึงออกดอก พ่นน้ำหมักชีวภาพจากไข่ไก่ 1:1000 3) ระยะเตรียมต้นถึงออกดอก พ่นน้ำหมักชีวภาพจากปลา อัตรา 1:500 4) ระยะเตรียมต้นถึงออกดอกพ่นน้ำหมักชีวภาพจากผลไม้อัตรา 1:500 จากการทดลองพบว่า การพ่นน้ำหมักชีวภาพจากปลาสามารถนำมาใช้ในการผลิตมะม่วงนอกฤดูได้โดยสร้างช่อดอกได้ดี ไม่ร่วง แข็งแรง ทนทานต่อโรคและแมลง โดยเมื่อติดผลแล้วขั้วผลแข็งแรง ไม่ร่วง สามารถให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ โดยให้ความยาวผล ความกว้างผล ความหวาน และน้ำหนักผลอยู่ในเกณฑ์ดี อีกทั้งยังเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุ ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ และปริมาณแคลเซียมที่เป็นประโยชน์ ในดินได้ สำหรับการพ่นน้ำหมักชีวภาพจากไข่ไก่ สามารถสร้างดอกได้ แต่ไม่แข็งแรง และร่วง ไม่สามารถให้ผลผลิตได้ เช่นเดียวกับการพ่นน้ำหมักชีวภาพจากผลไม้ ที่ไม่สามารถสร้างดอกได้ ในขณะที่การราดสารพาโคลบิวทราโซล สามารถผลิตช่อดอก ให้ผลผลิตดี ทั้งความยาวผล ความกว้างผล ความหวาน และน้ำหนักผล แต่ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ สำหรับการเปลี่ยนแปลงทางเคมีดินพบว่า ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ และปริมาณแคลเซียมที่เป็นประโยชน์ เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับการพ่นน้ำหมักชีวภาพจากปลา แต่เนื่องจากวิธีการดังกล่าวทำให้ปริมาณอินทรียวัตถุในดินลดลง ดังนั้น การพ่นน้ำหมักชีวภาพจากปลา จึงเป็นวิธีการผลิตมะม่วงนอกฤดูให้มีความยั่งยืนที่ดีที่สุด