Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2561

โครงการบ้านต้นแบบทางการเกษตรเพื่อการผลิตปุ๋ยชีวภาพ และผักอินทรีย์

พิษณุ แก้วตะพาน มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. 2561

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

<p>ปัจจุบันผู้บริโภคผลผลิตทางการเกษตรมีความใส่ใจเรื่องสุขภาพและมาตรฐานของสินค้าเกษตรซึ่งต้องปลอดภัยจากสารเคมี ทำให้คนส่วนใหญ่หันมาสนใจสารธรรมชาติแทนสารสังเคราะห์หรือสารเคมี เพื่อใช้ในการทำการเกษตรมากขึ้น น้ำหมักชีวภาพจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยลดปัญหาการใช้ปุ๋ยหรือฮอร์โมนสังเคราะห์ในการผลิตทางการเกษตร การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อหาปริมาณธาตุอาหารพืชที่สำคัญในน้ำหมักชีวภาพ 3 ชนิดที่หาได้ในท้องถิ่น คือ น้ำหมักชีวภาพจากการใช้ผักกินใบเป็นวัสดุหลักในการหมัก, น้ำหมักชีวภาพจากการใช้หน่อกล้วยเป็นวัสดุหลักในการหมัก และน้ำหมักชีวภาพจากการใช้ผลสับปะรดเป็นวัสดุหลักในการหมัก โดยใช้จุลินทรีย์ พด.2 ในการหมัก 2. เพื่อศึกษาผลของน้ำหมักชีวภาพทั้ง 3 ชนิด ที่มีต่อการเจริญเติบโตของผักกาดหอมกรีนโอ๊ค การทดลองแรก การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของน้ำหมักชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรโดยใช้จุลินทรีย์ในการย่อยสลาย วางแผนการทดลองแบบ Complete Randomized Design (CRD) มีทั้งหมด 3 ทรีทเมนต์ ทรีทเมนต์ละ 3 ซ้ำ ประกอบไปด้วย 1.เศษผักกินใบ 2.เศษสับปะรด 3.เศษต้นกล้วย แล้วนำไปวิเคราะห์หาธาตุอาหารที่สำคัญ ผลการทดลองพบว่า ในน้ำหมักชีวภาพเศษผลสับปะรด มีปริมาณไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมมากที่สุด คือ 0.41, 0.11 และ 1.50 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ การทดลองที่สองนำน้ำหมักชีวภาพทั้ง 3 ชนิดที่ได้ไปรดผักกาดหอมกรีนโอ๊คทุกๆ 7 วัน โดยวางแผนการทดลองแบบ Complete Randomized Design (CRD)ทั้งหมด 7 ทรีทเมนต์ ได้แก่ น้ำหมักชีวภาพจากเศษผักกินใบที่ระดับความเข้มข้นของน้ำหมักชีวภาพ คือ 1:100 และ 1:200 , น้ำหมักชีวภาพจากเศษผลสับปะรดที่ระดับความเข้มข้นของน้ำหมักชีวภาพ คือ 1:100 และ 1:200 หมักชีวภาพจากเศษต้นกล้วยที่ระดับความเข้มข้นของน้ำหมักชีวภาพ คือ 1:100 และ 1:200 และชุดควบคุม โดยทุกทรีทเมนต์จะมี 4 ซ้ำ ซ้ำละ 2 ต้น พบว่า น้ำหมักชีวภาพจากเศษสับปะรดที่ระดับความเข้มข้น 1:100 ส่งผลให้ความสูงของลำต้น ความกว้างของทรงพุ่ม จำนวนใบ และน้ำหนักสด มีค่ามากที่สุด</p>

คำสำคัญ

ปุ๋ยชีวภาพธาตุอาหารพืชlettuceผักกาดหอมplant nutrientผักอินทรีย์Organic vegetableBio Fertilizers

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาฟาร์มต้นแบบการผลิตปลากดหลวงเกรดพรีเมียมร่วมกับการปลูกพืชเศรษฐกิจในระบบน้ำหมุนเวียนภายใต้สภาวะน้ำน้อยและใช้แบคทีเรียที่เหมาะสมเพื่อการบำบัดน้ำ

อุดมลักษณ์ สมพงษ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2566

นวัตกรรมการผลิตปุ๋ยชีวภาพจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ด้วยกระบวนการหมักแบบไร้อากาศ

นิรมล จันทรชาติ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

ความปลอดภัยอาหารด้านชีวภาพในการนำน้ำเสียมาใช้ประโยชน์ทางเกษตรกรรม

ประเสริฐ มากแก้ว พ.ศ. 2562

โครงการวิจัยการกำหนดมาตรฐานการใช้นํ้าหมักชีวภาพ จากเศษวัสดุอินทรีย์ต่อการเจริญเติบโตของพืชผัก

อัตถ์ อัจฉริยมนตรี สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ พ.ศ. 2553

ผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการเลี้ยงสุกรแบบยั่งยืน

รศ.ดร. ณัฐพร จันทร์ฉาย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2551

การใช้น้ำหมักชีวภาพจากกากยีสต์ร่วมกับปุ๋ยชนิดต่างๆ เพื่อผลิตคะน้าอินทรีย์ในสภาพดินนา

สุวรรณภา บุญจงรักษ์ กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2556

การพัฒนาปุ๋ยชีวภาพให้เหมาะสมกับการเกษตรภายใต้สถานการณ์น้ำท่วม

พรรณลดา ติตตะบุตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2559

เครื่องใส่ปุ๋ยอินทรีย์สำหรับเกษตรกร

จิรพงษ์ แสนศักดิ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2551

การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตและตรวจวิเคราะห์ปุ๋ยชีวภาพปุ๋ยหมักปุ๋ยอินทรีย์เคมีและจุลินทรีย์ย่อยสลายทางการเกษตร

ภัสชญภณ หมื่นแจ้ง กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2558

การพัฒนาปุ๋ยชีวภาพจากผลผลิตในท้องถิ่นเพื่อสนองแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง

สุรางค์รัตน์ พันแสง มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2554