การประยุกต์ใช้น้ำทิ้งจากการหมักเศษเหลือทิ้งจากการแปรรูปปลา เพื่อลดปริมาณไนเตรดสะสมในการปลูกผักไร้ดิน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้น้ำทิ้งจากระบบหมักของเสียเหลือทิ้งจากการแปรรูปปลา แบบไร้อากาศ เพื่อลดปริมาณไนเตรทสะสมในผักที่ปลูกแบบไร้ดิน โดยศึกษาผักกินใบ 3 ชนิด คือ ผักบุ้ง ผักกาดและผักกวางตุ้งฮ่องเต้ การศึกษาปริมาณของน้ำทิ้งจากการหมักเศษเหลือทิ้งจากการแปรรูปปลาที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของผักกินใบที่ปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ ได้ศึกษาอัตราส่วนระหว่างสารละลายปุ๋ยเคมี (ประกอบด้วยสารละลาย A และสารละลาย B (1:1)) และน้ำทิ้งจากระบบหมักก๊าชชีวภาพ 5 อัตราส่วน คือ 100 : 0 80 : 20 60 : 40 40 : 60 และ 0 : 100 ในการปลูกผักไร้ดินทั้ง 3 ชนิด มีการวัดอัตราเจริญเติบโต (ความสูงของลำต้น ความยาวของใบ ความกว้างของใบ และจำนวนใบ) ทุกๆ 5 วัน พบว่าผักบุ้ง ผักกาดและผักกวางตุ้ง สามารถเจริญเติบโตได้ดีที่สุด ที่อัตราส่วนระหว่างสารละลายปุ๋ยเคมีและน้ำทิ้งจากระบบหมักก๊าชชีวภาพ 40 : 60 60 : 40 และ 60 : 40 ตามลำดับ การศึกษาผลของปริมาณน้ำทิ้งจากการหมักเศษเหลือทิ้งจากการแปรรูปปลาต่อปริมาณไนเตรทสะสมในผักกินใบที่ปลูกแบบไร้ดิน โดยการวิเคราะห์ปริมาณไนเตรทตกค้างในผักแต่ละชนิด ด้วยวิธีการคัลเลอร์เมตริก (colormetric) โดยใช้เทคนิคบรูซีน (Brucine) พบว่า สำหรับผักทั้ง 3 ชนิด ปริมาณไนเตรทไม่เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ตามมาตรฐานของ European Union (2500 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมของผัก) ผักแต่ละชนิดมีปริมาณไนเตรทสะสมแตกต่างกัน แต่เมื่อเพิ่มสัดส่วนของน้ำทิ้งจากระบบหมักก๊าซชีวภาพในสารละลายปลูกผัก ปริมาณไนเตรทสะสมจะลดลง การถ่ายทอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีการปลูกผักไร้ดิน ด้วยน้ำทิ้งจากการหมักเศษเหลือทิ้งจากการแปรรูปปลาสู่ชุมชน มีการจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกผักไร้ดินและการลดปริมาณไนเตรทสะสมในผักไร้ดิน มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 50 คน แบ่งเป็นผู้สนใจทั่วไป 45 คน ผู้ที่ปลูกผักไร้ดินในครัวเรือน 2 คน และผู้ที่ปลูกผักไร้ดินเชิงพาณิชย์ 3 คน ร้อยละ 100 ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้รับองค์ความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับการปลูกผักไร้ดินปลอดภัย กลุ่มผู้ปลูกผักสำหรับบริโภคในครัวเรือน นำองค์ความรู้ใหม่ไปประยุกต์ใช้ได้ทันที กลุ่มผู้ปลูกผักเชิงพาณิชย์ต้องการทดลองปลูกกับแปลงทดลองในฟาร์ม ก่อนการประยุกต์ใช้จริงในแปลงปลูกจริง แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มผู้สนใจทั่วไป ร้อยละ 85 ยังคิดว่าการปลูกผักไร้ดินมีขั้นตอนที่ซับซ้อน ไม่เหมาะกับการปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือน แต่เหมาะกับการปลูกในเชิงพาณิชย์