กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การพิจารณาคดีที่มีความยุ่งยากซับซ้อนและมีลักษณะพิเศษแตกต่างจากคดีทั่วไปจึงได้มีการจัดตั้งศาลที่มีอำนาจเฉพาะหรือเรียกว่าศาลชำนัญพิเศษ โดยมีวัตถุประสงค์ที่เน้นการมีวิธีพิจารณาที่เป็นพิเศษแตกต่างจากศาลยุติธรรมอื่นๆ เช่น การให้มีผู้พิพากษามีความรู้ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวโดยเฉพาะ หรือระบบการบริหารจัดการที่คล่องตัวเพื่อสนับสนุนการพิจารณาพิพากษาคดีที่สะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรมซึ่งในปัจจุบันมีศาลชำนัญพิเศษรวม ๔ ศาล ประกอบด้วย ศาลแรงงาน ศาลภาษีอากร ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และศาลล้มละลายกลาง อย่างไรก็ดียังมี ๑ ศาลที่ถือเป็นศาลพิเศษ คือ ศาลเยาวชนและครอบครัว เนื่องจากมีวิธีพิจารณาคดีที่เป็นพิเศษ ดังนั้น การศึกษาวิจัยจึงได้กำหนดนิยามของ “ศาลชำนัญพิเศษ” หมายถึง ศาลที่มีลักษณะและวิธีการพิจารณาคดีที่เป็นพิเศษ จึงมีขอบเขตการวิจัยที่รวมทั้งศาลชำนัญพิเศษและศาลพิเศษเป็น ๕ ศาลดังกล่าว ผลที่ได้จากการวิจัยพบว่า ในทางปฏิบัติศาลชำนัญพิเศษเหล่านี้ยังมีความขัดข้องในการดำเนินงาน เช่น ๑) ด้านบุคลากร ในเรื่องการคัดเลือกผู้ช่วยผู้พิพากษาและผู้พิพากษาเข้ามาดำรงตำแหน่ง โดยปัจจุบันยังคงใช้ระบบคัดเลือกผู้พิพากษาทั่วไปโดยเน้นการพิจารณาตามระบบอาวุโสมากกว่าการคำนึงถึงความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทำให้คุณสมบัติของผู้พิพากษาไม่สัมพันธ์กับความซับซ้อนของคดีชำนัญพิเศษ ซึ่งแตกต่างจากคดีปกติทั่วไป ๒) ด้านคุณสมบัติและความจำเป็นของผู้พิพากษาสมทบต่อการร่วมพิจารณาคดี ๓) ด้านการพัฒนาองค์ความรู้ของผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสมทบ และบุคลากรของศาลชำนัญพิเศษยังไม่มีระบบที่ชัดเจนและต่อเนื่องมากนัก ๔) ด้านการบริหารจัดการ ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของผู้บริหารและผู้พิพากษาในศาลชำนัญพิเศษไม่ยาวนานพอต่อการเสริมสร้างและพัฒนาความรู้เฉพาะด้านได้อย่างต่อเนื่อง ๕) ด้านการจัดการข้อมูล การจัดการความรู้และระบบข้อมูลยังไม่ครบถ้วน ไม่เป็นระบบและขาดการปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยอย่างสม่ำเสมอ ๖) ด้านการบูรณาการ ขาดความร่วมมืออย่างเต็มที่และเป็นระบบระหว่างศาลชำนัญพิเศษกับหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของศาลชำนัญพิเศษจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการกำหนดบทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับผิดชอบในภารกิจต่างๆให้ชัดเจน ได้แก่ คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ในการกำหนดโครงสร้างองค์กรศาลชำนัญพิเศษซึ่งมีบทบาทหลักในการแก้ไข/ออกพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา ระเบียบหรือประกาศต่างๆที่เกี่ยวข้อง พิจารณาจัดสรรงบประมาณ จัดการสถานที่ วัสดุอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกรวมทั้งบุคลากรปฏิบัติงาน คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ในเรื่องการบรรจุ แต่งตั้งผู้พิพากษาที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓