ศึกษาปัญหาข้อขัดข้องการบังคับใช้กฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาที่แก้ไขใหม่ ในส่วนที่เกี่ยวกับพยานหลักฐาน
บทคัดย่อ
ปัญหาข้อขัดข้องการบังคับใช้กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่แก้ไขใหม่ในส่วนที่เกี่ยวกับพยานหลักฐานมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบและข้อจำกัดของกฎหมายพยานหลักฐาน โดยทำการศึกษาหลักการดำเนินคดีอาญาที่เกี่ยวกับพยานหลักฐานทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบันเปรียบเทียบมาตรการในการดำเนินคดีอาญาที่เกี่ยวกับพยานหลักฐานในประเทศไทยและต่างประเทศ ผลการศึกษาได้ข้อสรุปในภาพรวมว่า การแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในส่วนพยานหลักฐานนั้น ส่วนใหญ่เป็นการแก้ไขที่สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติที่ศาลได้ดำเนินการมาแล้วในกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาก่อนที่จะมีการแก้ไข มีข้อสรุปใน ๔ ประเด็นปัญหา ดังนี้ ๑) การรับฟังพยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบ ตามมาตรา ๒๒๖/๑ มีข้อที่ยังเป็นที่สงสัยและ อาจเป็นปัญหาในทางปฏิบัติได้ คือ ปัจจัยสี่ข้อที่กำหนดไว้เพื่อให้ศาลพิจารณานั้น ศาลจะพิจารณาอย่างไร ซึ่งคณะผู้วิจัยมีความเห็นว่า การปรับใช้ปัจจัยทั้ง ๔ ข้อ ควรปรับใช้ไปพร้อมกันไม่ใช่ปรับเพียงข้อใดข้อหนึ่งแล้วสามารถให้คำตอบได้ ในปัจจัยสองข้อแรกเป็นการพิจารณาให้เห็นถึงประโยชน์ในการรับฟังว่าพยานหลักฐานที่ได้มานั้นมีคุณค่าในเชิงพิสูจน์สูง มีความเกี่ยวข้องกับคดีที่มีความร้ายแรง ทำให้มีน้ำหนักไปในทางที่จะรับฟังเนื่องจากเป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความยุติธรรม ในขณะที่ปัจจัยสองข้อหลังเป็นการพิจารณาให้เห็นถึงผลเสียที่เกิดขึ้นในการรับฟัง หากประชาชนได้รับความเสียหายหรือถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพอันเกิดจากการกระทำที่มิชอบของเจ้าพนักงานหรือไม่ได้มีมาตรการในการลงโทษ เจ้าพนักงานที่เหมาะสมแล้ว ศาลก็ไม่ควรรับฟังพยานหลักฐานที่ได้มามิชอบนั้น ๒) การรับฟังพยานบอกเล่า ตามมาตรา ๒๒๖/๓ คณะผู้วิจัยมีความเห็นว่าบทบัญญัติในมาตรา ๒๒๖/๓ เป็นบทบัญญัติที่เหมาะสมและสอดคล้องกับหลักที่กำหนดไว้ในต่างประเทศแล้ว ๓) การชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า ตามมาตรา ๒๒๗/๑ คณะผู้วิจัยมีความเห็นว่าการบัญญัติ เนื้อหาตามมาตรา ๒๒๗/๑ มีลักษณะเป็นการให้แนวทางแก่ศาลในการชั่งน้ำหนักพยานที่มีความบกพร่อง โดยเป็นการกำหนดในลักษณะที่กว้างและยืดหยุ่นซึ่งเป็นการเหมาะสมแล้ว เมื่อศาลจะใช้พยานหลักฐานในกลุ่มนี้เพื่อพิจารณาลงโทษจำเลย ศาลต้องใช้ความระมัดระวังและหากจะใช้โดยลำพังก็ย่อมต้องอธิบายว่าสอดคล้องกับสิ่งที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๒๗/๑ อย่างไร ๔) การเดินเผชิญสืบและการส่งประเด็นไปสืบ ตามมาตรา ๒๓๐ คณะผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะว่า บทบัญญัติมาตรา ๒๓๐ ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องที่จำเลยต้องตามเผชิญสืบไปด้วยหรือไม่จึงควรเพิ่มเติมส่วนนี้ให้เกิดความชัดเจน เนื้อหาทั้งในส่วนเดินเผชิญสืบและส่งประเด็นไปสืบควรแก้ไขให้จำเลยสามารถสละสิทธิที่จะไม่ตามเผชิญสืบหรือตามประเด็นไปสืบได้ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องมีทนายความของจำเลยเป็นผู้ตามเผชิญสืบหรือตามประเด็นไปสืบโดยได้รับอนุญาตจากศาลและควรใช้กับคดีอาญาทุกประเภทไม่ว่าจะมีโทษในลักษณะใดก็ตาม