ความรับผิดของพนักงานสอบสวนในสิ่งของที่ถูกยึดระหว่างดำเนิน คดีอาญา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงความรับผิดของพนักงานสอบสวนในสิ่งของที่ถูกยึดในระหว่างดำเนินคดีอาญา เพื่อนำเสนอแนวทางในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรม โดยศึกษาจากเอกสาร ตำรา บทความ และสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย ผลการศึกษาพบว่า อำนาจในการยึดสิ่งของในคดีอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 132 (2) (4) กำหนดอำนาจของพนักงานสอบสวนในการรวบรวมหลักฐาน ให้มีอำนาจในการค้นเพื่อพบสิ่งของที่สามารถยึดได้ในคดีอาญาไว้อย่างกว้างขวางเกินไป เป็นการลิดรอนสิทธิของเจ้าของทรัพย์สิน และใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรม อีกทั้งเมื่อยึดมาแล้วก็ไม่มีกฎหมายบัญญัติถึงหน้าที่ และสถานที่ในการเก็บรักษาสิ่งของที่ถูกยึดแต่อย่างใด ก่อให้เกิดความไม่ชัดเจนในการเก็บรักษาสิ่งของในระหว่างดำเนินคดี ส่งผลให้สิ่งของนั้นไม่ได้รับการเก็บรักษาหรือดูแลอย่างแท้จริง อาจทำให้สิ่งของที่ยึดมาเสียหาย สูญหายในระหว่างดำเนินคดี และพนักงานสอบสวนอาจใช้อำนาจโดยมิชอบในการสั่งคืนสิ่งของที่ยึดมา เพื่อให้เจ้าของหรือผู้มีสิทธิขอคืนสิ่งของนั้น ไปดูแลรักษาในระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุด โดยมีการเรียกหรือรับเงินหรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบเพื่อให้มีการสั่งให้คืนของกลางเพื่อให้ไปเก็บรักษาเอง ถือเป็นการให้อำนาจแก่พนักงานสอบสวนใช้ดุลพินิจอย่างกว้างขวางในกรณีดังกล่าว ทั้งนี้ มิได้คำนึงถึงความรับผิดของพนักงานสอบสวน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่คดีและสิ่งของนั้นได้