การใช้แมลงวันลายเป็นแหล่งโปรตีนและการผลิตปุ๋ยอินทรีย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
แมลงวันลายมีความสามารถในการเปลี่ยนวัตถุดิบอินทรีย์ไปเป็นแมลงโปรตีนและปุ๋ยอินทรีย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในลำไส้ของหนอนแมลงวันลายมีกิจกรรมของเอนไซม์หลายชนิดสูง ทำให้สามารถย่อยและใช้ประโยชน์วัตถุดิบได้หลากหลายชนิด งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของวัตถุดิบอินทรีย์ที่แตกต่างกันจากเศษเหลือทางการเกษตรและของเสียจากสัตว์ต่อการเจริญเติบโตและคุณค่าทางโภชนะของหนอนแมลงวันลาย รวมไปถึงการใช้เศษเหลือจากการเลี้ยงไปใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์สำหรับปลูกข้าวโพดหวาน วัตถุดิบที่นำมาใช้เลี้ยงหนอนประกอบด้วยกากเต้าหู้ เปลือกสับปะรด กากมันสำปะหลังและมูลไก่ เปรียบเทียบกับอาหารไก่ที่ใช้เป็นกลุ่มควบคุม โดยใช้ขุยมะพร้าวเป็นที่อยู่ของหนอนแมลงวันลาย ผลการศึกษาพบว่า หนอนที่เลี้ยงด้วยกากเต้าหู้มีอัตราการเจริญเติบโตที่เร็วกว่าหนอนที่เลี้ยงด้วยอาหารไก่ มันสำปะหลัง เปลือกสับปะรดและมูลไก่ ตามลำดับ โดยหนอนที่เลี้ยงด้วยกากเต้าหูและอาหารไก่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 18 วัน ขณะที่หนอนที่เลี้ยงด้วยกากมันสำปะหลังและเปลือกสับปะรดมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 22 วัน และหนอนที่เลี้ยงด้วยมูลไก่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 35 วัน ในส่วนของการนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ พบว่า หนอนที่เลี้ยงด้วยกากเต้าหู้และอาหารไก่มีการการย่อยได้ของกรดอะมิโนส่วนใหญ่สูงกว่าหนอนในกลุ่มที่เลี้ยงด้วยเปลือกสับปะรดแต่ไม่ต่างจากหนอนกลุ่มที่เลี้ยงด้วยกากมันสำปะหลัง ผลการเสริมหนอนแทนถั่วเหลืองไขมันเต็มในอาหารไก่ไข่พบว่า ทำให้มีสีไข่แดงเพิ่มขึ้นโดยไม่มีผลต่อสมรรถภาพการผลิตและค่าองค์ประกอบทางเคมีในเลือด สำหรับเศษเหลือจากการเลี้ยงหนอนพบว่า มีแบคทีเรียในไฟลัม Proteobacteria มากที่สุด และในระดับจีนัสพบแบคทีเรียหลายชนิดที่เป็นประโยชน์ ซึ่งสามารถสร้างเอนไซม์ได้หลายชนิด ผลิตกรดอินทรีย์ ตรึงไนโตรเจน ละลายฟอสเฟต ต่อต้านเชื้อราและแบคทีเรีย ในเศษเหลือทิ้งของการเลี้ยงหนอนแมลงวันลายมี 2 แบบ คือ สดและแห้ง ซึ่งมีสมบัติแตกต่างกัน โดยเศษเหลือทิ้งของการเลี้ยงหนอนแมลงวันลายแบบสดและแห้งด้วยอาหารไก่มีปริมาณไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง เศษเหลือทิ้งของการเลี้ยงหนอนแมลงวันลายแบบสดและแบบแห้งด้วยกากเต้าหู้มีปริมาณไนโตรเจนสูง เศษเหลือทิ้งของการเลี้ยงหนอนแมลงวันลายแบบสดและแบบแห้งด้วยมูลไก่มีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง ขณะที่เศษเหลือทิ้งของการเลี้ยงหนอนแมลงวันลายแบบแห้งด้วยเปลือกสับปะรดมีโพแทสเซียมสูงสุด ทุกทรีทเมนต์มีอินทรียวัตถุและคาร์บอนอินทรีย์สูงมากยกเว้นเศษเหลือทิ้งของการเลี้ยงหนอนแมลงวันลายด้วยมูลไก่ นอกจากนี้พบว่าในเศษเหลือแบบสดและแห้งมีพีเอช อัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจนและความชื้นไม่ผ่านเกณฑ์ รวมไปถึงมีอัตราการย่อยสลายไม่สมบูรณ์ ยกเว้นเศษเหลือทิ้งของการเลี้ยงหนอนแมลงวันลายด้วยกากมันสำปะหลังพบว่ามีการย่อยสลายสมบูรณ์ ดังนั้นเมื่อนำไปเป็นปุ๋ยสำหรับปลูกข้าวโพดหวานจึงให้รากเจริญเติบโตได้ดี และมีผลผลิตสูงสุด กล่าวโดยสรุปหนอนแมลงวันลายสามารถใช้เป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกใส่ลงไปในอาหารไก่ไข่ แต่คุณภาพของหนอนจะขึ้นอยู่กับอาหารที่นำมาใช้เลี้ยงและเศษเหลือจากการเลี้ยงสามารถนำมาใช้เป็นปุ๋ยสำหรับการเจริญเติบโตของข้าวโพดหวานได้ อย่างไรก็ตามควรมีการศึกษาวิจัยในการนำเศษเหลือทิ้งไปใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีหรือนำไปหมักร่วมกับวัสดุอื่นๆ เพื่อปรับปรุงคุณภาพของปุ๋ยอินทรีย์ให้ดีขึ้นและผ่านเกณฑ์มาตรฐานต่อไป