การประยุกต์ใช้หนอนแมลงวันลาย (Hermetia illucens) ในการจัดการขยะอินทรีย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากการศึกษาการประยุกต์ใช้หนอนแมลงวันลาย (Hermetia illucens) ในการจัดการขยะอินทรีย์โดยวัตถุประสงค์ครั้งนี้ เพื่อพัฒนาสูตรอาหารการใช้หนอนแมลงวันลายในการจัดการขยะอินทรีย์จากชุมชนและการแปรรูปหนอนแมลงวันลายเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนสำหรับโปรตีนอาหารสัตว์ และเพื่อพัฒนาศักยภาพให้หน่วยงานท้องถิ่นในการจัดการขยะอินทรีย์จากชุมชนให้กับชุมชนนำร่อง จากการใช้หนอนแมลงวันลายในการจัดการขยะอินทรีย์และการตกค้างสารอันตรายจากอาหารที่นำมาเลี้ยงหนอนแมลงวันลาย โดยนำระยะหนอนของแมลงวันลายอายุ 10-15 วัน น้ำหนัก 1 กิโลกรัม สามารถย่อยเศษอาหารจากครัวเรือนน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ได้ภายใน 1 วัน นอกจากนี้การเลี้ยงด้วยเศษอาหารครัวเรือนไม่พบการเจริญเติบโตของหนอนแมลงชนิดอื่น เช่น แมลงหวี่ และแมลงวันบ้านในภาชนะที่ใช้เลี้ยง การทดสอบการปนเปื้อนสารอันตรายในอาหารที่นำมาเลี้ยงหนอน แมลงวันลาย เช่น เศษอาหารทั่วไป ผักที่เหลือทิ้งจากการตัดแต่งของผักจากกิจการจำหน่ายผักในตลาดที่ผ่านการหมักให้เน่าโดยการนำตัวอย่างเศษอาหารครัวเรือน และเศษผักที่เหลือจากการตัดแต่งจากตลาดโดยนำมาหมักให้เน่าก่อน นำหนอนแมลงวันลายที่อนุบาล จากน้ำหนักไข่ 1 กรัม อายุ 7 วัน ลงในภาชนะที่มีอาหารเตรียมไว้ ตรวจเช็คระยะเวลาการย่อยเศษอาหารที่ทดสอบเมื่ออายุหนอน 15-18 วัน (หนอนสีขาว) จากนั้นนำตัวอย่างอาหารที่นำมาเลี้ยง หนอนแมลงวันลาย แมลงวันลาย และมูลหนอนแมลงวันลาย มาทดสอบปริมาณการตกค้างโลหะหนัก สารกำจัดศัตรูพืช และการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค E. coli S. aureus และ Samonella spp. รวมถึงค่าโปรตีน ไขมัน ในห้องปฏิบัติการ จากผลการทดสอบพบว่า การตกค้างโลหะหนักของหนอนแมลงวันลายสด เช่น สารหนู แคดเมียม ตะกั่ว และปรอท ไม่เกินมาตรฐาน สารกำจัดศัตรูพืช เช่น ไกลโฟเสท พาราขวัท และคลอร์ไพริฟอส ไม่เกินมาตรฐาน เชื้อก่อโรค เช่น E. coli S. aureus และ Samonella spp. ไม่เกินมาตรฐาน ซึ่งจากการทดสอบทำให้เห็นว่าหนอนแมลงวันลายปลอดภัย สำหรับนำมาเป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์ เพื่อเป็นการลดต้นทุนในผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งพบค่าโปรตีน ไขมัน ในตัวอย่างแมลงวันลายสด หนอนแมลงวันลายอบแห้ง ปลอกดักแด้ ซากแมลงวันลาย มีค่าเท่ากับ 15.23, 33.38, 45.04 และ 59.07 กรัมต่อ 100 กรัม ตามลำดับ และค่าไขมัน 17.64, 39.08, 19.32 และ 4.75 กรัมต่อ 100 กรัม นอกจากนี้ทำการทดสอบมูลหนอนแมลงวันลายพบธาตุอาหารจำเป็นสำหรับพืช เช่น ธาตุไนโตรเจน ธาตุฟอสฟอรัส และธาตุโพแทสเซียม มีค่าระหว่าง 2.0-6.7 เปอร์เซ็นต์ มูลหนอนแมลงวันลายสามารถนำมาเป็นวัสดุปรับปรุงดิน ในการปลูกผัก และต้นไม้โดยทางโครงการได้ดำเนินการขยายสู่พื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี นครปฐม กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท ได้มีการแบ่งสัดส่วนขนาดโรงเรือนการเลี้ยงหนอนแมลงวันลายเพื่อกำจัดขยะอินทรีย์แบ่งเป็น 3 ขนาด คือ ขนาด S ความสามารถกำจัดขยะอินทรีย์ไม่เกิน 100 กิโลกรัมต่อเดือน ขนาด M ความสามารถกำจัดขยะอินทรีย์ด้วยหนอนแมลงวันลาย 200-500 กิโลกรัมต่อเดือน และความสามารถกำจัดขยะอินทรีย์ตั้งแต่ 500 กิโลกรัมต่อเดือนขึ้นไป ขนาด L ซึ่งทำให้สามารถลดปริมาณขยะอินทรีย์เข้าสู่ระบบการจัดการขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นอกจากนี้ได้การฝึกอบรบเชิงปฏิบัติการให้กับ หน่วยงานราชการ ท้องถิ่น ชุมชน และประชาชนในพื้นที่นำร่อง และประชาชนที่สนใจการใช้หนอนแมลงวันลายในการจัดการขยะอินทรีย์และใช้หนอน แมลงวันลายเป็นอาหารสัตว์รวมถึงการใช้มูลหนอนแมลงวันลายเพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมี