การพัฒนาแบบประเมินสมรรถนะ สำหรับผู้ประเมินคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษา สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ชื่อ : ชนิตา ไกรเพชร ชื่อวิจัย : การพัฒนาแบบประเมินสมรรถนะ สำหรับผู้ประเมินคุณภาพภายใน ระดับอุดมศึกษา สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปีที่สำเร็จ : 2558 บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนาและตรวจสอบคุณภาพแบบประเมินสมรรถนะ สำหรับ ผู้ประเมินคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษา สถาบันอุดมศึกษา สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมีแนวทางใน การการพัฒนาแบบประเมินสมรรถนะสำหรับผู้ประเมินคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษา สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สอดคล้องกับสมรรถนะในการทำงาน ซึ่งประกอบด้วยด้านความรู้ ทักษะ และบุคลิกลักษณะ ที่มีผลต่อที่มีผลให้การปฏิบัติงานด้านการเป็นผู้ประเมินภายในระดับอุดมศึกษา ในระดับคณะวิชาและสถาบัน โดยทำการศึกษาและทดลองใช้กับบุคลากรของสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่มีรายชื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาข้อมูล ณ ปี 2557 จำนวน 82 คน ผู้บริหาร จำนวน 34 คน แยกเป็น รองอธิการบดีสถาบันการพลศึกษา ประจำวิทยาเขต จำนวน 17 คน ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา ประจำวิทยาเขต จำนวน 17 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบประเมินสมรรถนะสำหรับผู้ประเมินคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษา สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นแบบตรวจสอบรายการและแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์เพื่อตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือด้านความตรง (Validity) เป็นการหาความตรงตามเนื้อหาของข้อคำถามและเครื่องมือโดยการวิเคราะห์ อัตราส่วนความตรงตามเนื้อหาของข้อคำถาม (Content Validity Ratio : CVR) และดัชนีความตรงตามเนื้อหาของเครื่องมือ (Content Validity Index : CVI) วิเคราะห์เพื่อตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือด้านความเที่ยง โดยใช้การคำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา หรือ Alpha Coefficient (?- Coefficient ) โดยใช้สูตรของครอนบราค (Cronbach ,1990) ผลการวิจัย พบว่า 1) แบบประเมินสมรรถนะสำหรับผู้ประเมินคุณภาพภายใน ระดับอุดมศึกษา สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 4 ตอน คือ ตอนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของผู้รับการประเมิน เป็นแบบตรวจสอบรายการ จำนวน 5 ข้อ ตอนที่ 2 สมรรถนะด้านความรู้ เป็นแบบตรวจสอบรายการเพื่อวัดความรู้ คือ ใช่ มีค่าคะแนนเท่ากับ 1 และไม่ใช่มีค่าคะแนนเท่ากับ 0 เป็นการประเมินตนเองของผู้ประเมินคุณภาพภายใน จำนวน 20 ข้อ ตอนที่ 3 สมรรถนะด้านทักษะการประเมินคุณภาพการศึกษา จำนวน 15 ข้อ และตอนที่ 4 สมรรถนะด้านบุคลิกลักษณะของผู้ประเมินคุณภาพภายใน จำนวน 12 ข้อ เป็นแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งในแต่ละด้านมีการให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมได้ ซึ่งผู้วิจัยได้จัดทำเป็นคู่มือการประเมินสมรรถนะสำหรับผู้ประเมินคุณภาพภายใน ระดับอุดมศึกษา สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาสำหรับนำไปใช้ปฏิบัติจริง ทั้งนี้ผู้ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประเมินคุณภาพภายในได้จะต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ทั้ง 3 ด้านอยู่ในระดับ ดี 2) ผลการตรวจสอบคุณภาพของแบบประเมินสมรรนถะที่พัฒนาขึ้น พบว่า ค่าอัตราส่วนความตรงตามเนื้อหาของข้อคำถาม โดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 11 คน พบว่า ข้อคำถามทุกข้อมีค่า มากกว่า .59 ค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหาของเครื่องมือทั้งฉบับ พบว่า แบบประเมินสมรรถนะที่พัฒนาขึ้นมีค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหาของเครื่องมือทั้งฉบับ มีค่าเท่ากับ .98 ค่าความเที่ยงของเครื่องมือทั้งฉบับโดยหาความสอดคล้องภายใน โดยใช้การคำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา หรือ Alpha Coefficient (?- Coefficient ) โดยใช้สูตรของครอนบราค (Cronbach ,1990) พบว่า มีค่าเท่ากับ .96