วิจัย ชนิดและปริมาณ กรดอะมิโน ในน้ำหมักชีวภาพที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตพืช
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาชนิดและปริมาณกรดอะมิโนในน้ำหมักชีวภาพที่ผลิตจากวัสดุประเภทสัตว์ 5 ชนิดได้แก่ ปลาดุก หอยขม รกหมู น้ำนม และไข่ไก่ และพืช 7 ชนิด ได้แก่ คะน้า กะหล่ำปลี ฟักทอง สับปะรด ส้ม กล้วย และเมล็ดถั่วเหลือง โดยวิเคราะห์กรดอะมิโนในน้ำหมักชีวภาพได้ทั้งหมด 16 ชนิด น้ำหมักชีวภาพจากเนื้อสัตว์มีปริมาณกรดอะมิโนมากกว่าที่ผลิตจากพืช น้ำหมักชีวภาพที่มีปริมาณกรดอะมิโนสูงคือน้ำหมักชีวภาพจากปลาและรกหมู โดยมีปริมาณกรดอะมิโน 10 ชนิด Isoleucine Leucine Valine Glycine Methionine Phenylalanine Threonine Alanine Proline และ Tyrosine สูงกว่าน้ำหมักชีวภาพจากวัสดุอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) สำหรับน้ำหมักชีวภาพจากพืชที่มีปริมาณกรด อะมิโนสูงคือ น้ำหมักชีวภาพจากคะน้าและส้ม มีปริมาณกรดอะมิโน Arginine Phenylalanine และLysine สูง น้ำหมักชีวภาพจากปลาดุกและรกหมูมีปริมาณฮอร์โมนสูงที่สุดเช่นกัน โดยน้ำหมักชีวภาพจากปลาดุกมี Free IAA เท่ากับ 1.664 มิลลิกรัมต่อลิตร และ Free GA3 เท่ากับ 2.821 มิลลิกรัมต่อลิตร ส่วนน้ำหมักชีวภาพจากรกหมูมี Free IAA เท่ากับ 1.043 มิลลิกรัมต่อลิตร และ Free GA3 เท่ากับ 2.581 มิลลิกรัมต่อลิตร และน้ำหมักชีวภาพจากปลามีปริมาณ Free CK สูงที่สุด เท่ากับ 0.657 มิลลิกรัมต่อลิตร ขณะที่ปริมาณฮอร์โมนในน้ำหมักชีวภาพจากกะหล่ำปลีและเมล็ดถั่วเหลือง มีปริมาณ Free GA3 สูงที่สุด เท่ากับ 3.712 และ 3.697 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามลำดับ การทดสอบกรดอะมิโน 20 ชนิด ต่อการเจริญของผักกวางตุ้งโดยการปลูกแบบไฮโดรโปนิก ในสภาพที่ขาดไนโตรเจน ปรากฎว่าการให้สารละลายกรดอะมิโน Glycine Aspartic acid Tyrosine Methionine และ Isoleucine ทำให้ความสูงของต้น จำนวนใบ และน้ำหนักสดของผักกวางตุ้งมากกว่าการให้สารละลายกรดอะมิโนชนิดอื่นๆ การทดสอบชนิดและปริมาณของกรดอะมิโนทั้ง 5 ชนิดต่อการเจริญของผักกวางตุ้งในสภาพที่ขาดไนโตรเจนโดยการปลูกในโรงเรือนทดลอง ที่ความเข้มข้น 4 ระดับคือ 0 50 100 และ 200 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยปลูกผักกวางตุ้งด้วยดิน ชุดดินมาบบอน ลงในกระถางเมื่ออายุ 15 วัน และสเปรย์สารละลายกรดอะมิโน 2 ครั้ง เมื่อผักกวางตุ้งอายุ 28 และ 35 วันหลังจากปลูก ซึ่งกรดอะมิโนทั้ง 5 ชนิดมีผลต่อการเจริญชองผักกวางตุ้งแตกต่างกัน โดยTyrosine มีผลต่อความสูงที่เพิ่มขึ้นของผักกวางตุ้งมากที่สุด Methionine มีผลต่อเปอร์เซ็นต์ไนโตรเจนของใบมากที่สุด ส่วนพื้นที่ใบและจำนวนใบการใช้กรดอะมิโน 5 ชนิด ให้ผลไม่แตกต่างกันทางสถิติ กรดอะมิโน Aspartic acid มีผลต่อน้ำหนักแห้งของผักกวางตุ้งมากที่สุด มีน้ำหนักเฉลี่ย 1.730 กรัมต่อต้น รองลงมา ได้แก่ Tyrosine ผักกวางตุ้งมีน้ำหนักเฉลี่ย 1.509 กรัมต่อต้น สำหรับความเข้มข้นของกรดอะมิโนที่มากที่สุดคือ 200 มิลลิกรัมต่อลิตร จะมีผลต่อการเจริญของผักกวางตุ้ง ในกรณีนี้แสดงว่าผักกวางตุ้งจะตอบสนองต่อกรด อะมิโน Tyrosine Methioine และ Aspartic acid ในสภาพแวดล้อมที่ขาดไนโตรเจนมากที่สุด โดยกรดอะมิโนทั้ง 3 ชนิดนี้ วิเคราะห์พบในน้ำหมักชีวภาพที่ผลิตจากรกหมูและปลาดุกมากที่สุด