รูปแบบการพัฒนางานวิจัยของคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหา ความต้องการ ปัจจัยที่เอื้อต่อการทำวิจัย แนวทางและองค์ประกอบในการทำวิจัยของคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย 2) เพื่อสร้างรูปแบบการพัฒนางานวิจัยของคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการพัฒนางานวิจัยของคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย และ 4) เพื่อประเมินรูปแบบการพัฒนางานวิจัยของคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา (Research and Development) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษาสภาพปัญหา ความต้องการ ปัจจัยที่เอื้อต่อการทำวิจัย แนวทางและองค์ประกอบในการทำวิจัยของคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย เป็นคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเลยที่มีอายุราชการไม่เกิน 5 ปี คณะละ 8 คน 5 คณะ กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด จำนวน 40 คน โดยใช้การสนทนากลุ่ม (Focus group discussion) ในการเก็บรวบรวมข้อมูล กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการสร้างรูปแบบการพัฒนางานวิจัยของคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย เป็นคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเลยที่เคยได้รับทุนวิจัยจากหน่วยงานภายนอก จำนวน 20 คน และผู้เชี่ยวชาญที่จบการศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาการวิจัยทางการศึกษา หรือการวัดและประเมินผลการศึกษา หรือการวิจัยและประเมินผลการศึกษา จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ทดลองรูปแบบการพัฒนางานวิจัยของคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย เป็นคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเลยที่มีอายุราชการไม่เกิน 5 ปี คณะครุศาสตร์ จำนวน 34 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบฟอร์มเอกสารเชิงหลักการการเขียนโครงร่างการวิจัยและพัฒนา และตัวอย่างโครงร่างการวิจัยและพัฒนา และแบบสัมภาษณ์ความคิดเห็นต่อรูปแบบการพัฒนางานวิจัยฯ ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะในการนำรูปแบบไปใช้ และกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ประเมินรูปแบบการพัฒนางานวิจัยของคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย เป็นคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเลยที่มีอายุราชการไม่เกิน 5 ปี คณะครุศาสตร์ จำนวน 34 คน ที่ได้เข้าร่วมการทดลองใช้รูปแบบการพัฒนางานวิจัยฯ เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามและการจัดประชุมเพื่อให้กลุ่มตัวอย่างได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการนำรูปแบบการพัฒนางานวิจัยของคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเลยไปใช้ ข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาเชิงคุณภาพทำการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และหาความสอดคล้องของข้อมูล ข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาเชิงปริมาณวิเคราะห์โดยใช้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า สภาพปัญหาการทำวิจัย คือ ภาระงานสอนมาก ขาดอุปกรณ์ในการทำวิจัยพัฒนานวัตกรรม เอกสารหนังสือวิทยานิพนธ์และงานวิจัยต่างประเทศ รูปแบบการพิมพ์งานวิจัยไม่ชัดเจน ระบบการลงเวลาปฏิบัติงานไม่เอื้อต่อการพัฒนางานวิจัย งบประมาณน้อยไม่ทำให้เกิดแรงจูงใจในการทำวิจัย ไม่เข้าใจกระบวนการวิจัย ขาดที่ปรึกษา การประเมินเค้าโครงการวิจัยช้า ความไม่มั่นคงในหน้าที่การงาน ขาดเครื่องมืออุปกรณ์วิเคราะห์ข้อมูลและสารเคมีแพง ขาดงบประมาณ และการอนุมัติงบประมาณช้าเกินไป คณาจารย์มีความต้องการในการทำวิจัย และมีปัญหาเรื่อง ภาระงานสอนมาก ขาดที่ปรึกษา งบสนับสนุนน้อยเกินไป ไม่รู้ว่าจะเขียนอย่างไร และควรสนับสนุนให้พนักงานสถาบันอุดมศึกษาสายผู้สอนไปเรียนต่อในระดับปริญญาเอกเพื่อเพิ่มนักวิจัยให้มากขึ้น ปัจจัยที่เอื้อต่อการทำวิจัย ได้แก่ การฝึกอบรม ผู้ช่วยนักวิจัย สถานที่ทำวิจัย การแนะนำการเขียนบทความเป็นภาษาต่างประเทศ และการนำเสนอในต่างประเทศ แรงจูงใจ มีอาจารย์ที่ปรึกษา มีการตรวจประเมินเค้าโครงที่รวดเร็ว แจ้งรูปแบบการพิมพ์ที่ถูกต้อง การอบรมเพิ่มเติมเรื่องความรู้โดยเฉพาะสถิติและการวิเคราะห์ข้อมูล มีการประเมินภาระงานของอาจารย์ด้านงานวิจัยทุกคน การให้รางวัล จัดหาห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือวิเคราะห์และสารเคมีที่มีราคาแพง และแนวทางและองค์ประกอบในการทำวิจัย ได้แก่ การกำหนดเป็นภาระงานที่ชัดเจน มีผู้ช่วยนักวิจัย จัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ เอกสารตำราให้พอเพียง ดูตัวอย่างงานวิจัยที่ทำและประสบความสำเร็จ จัดอบรมการทำวิจัยเฉพาะกลุ่ม เฉพาะเรื่องที่สนใจร่วมกัน จัดที่ปรึกษาให้และให้เงินตอบแทนที่ปรึกษา กำหนดภารกิจด้านการวิจัยเป็นภาระงานที่ชัดเจน การประชาสัมพันธ์แหล่งทุนและแนวทางการขอทุน จัดหาแหล่งข้อมูลสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทางวิทยาศาสตร์ จัดงบประมาณการทำวิจัยให้เหมาะสม การทำวิจัยควรตอบสนองความต้องการของท้องถิ่น หาโจทย์วิจัยจากการลงพื้นที่ มีการตอบแทนเรื่องรายได้ให้เหมาะสม การทำให้มีคุณค่า และทำวิจัยเรื่องที่ไม่ยาก รูปแบบการพัฒนางานวิจัยของคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเลยที่พัฒนาขึ้น มีองค์ประกอบดังต่อไปนี้ องค์ประกอบที่ 1 การสร้างแรงจูงใจในการวิจัย องค์ประกอบที่ 2 ความรู้ความสามารถในการทำวิจัย องค์ประกอบที่ 3 การกำกับติดตามการทำวิจัย และองค์ประกอบที่ 4 การนำเสนอผลงานวิจัย ผลการทดลองใช้รูปแบบการพัฒนางานวิจัยของคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พบว่า คณาจารย์ส่วนใหญ่อยากทำวิจัยแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร สามารถกำหนดแผนงานและเป้าหมายของการทำวิจัยได้ มหาวิทยาลัยควรกำหนดภาระงานในการทำวิจัยให้ชัดเจน เช่น 1 คาบ 2 คาบ หรือ 3 คาบ ตามจำนวนเงินทุนที่ได้รับ และควรจัดสรรเงินทุนให้เหมาะสมกับการทำวิจัยแต่ละเรื่อง เมื่อกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ได้ชัดเจนก็จะทำให้คณาจารย์เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยมากขึ้น คณาจารย์ที่เข้าร่วมการทดลองสามารถเขียนเอกสารเชิงหลักการการเขียนโครงร่างการวิจัยและพัฒนาตามแบบฟอร์มที่กำหนดซึ่งประกอบด้วยหัวข้อชื่อเรื่อง วัตถุประสงค์การวิจัย ขอบเขตของการวิจัย ได้ทุกคน และคณาจารย์ที่เข้าร่วมการทดลอง จำนวน 7 คน สามารถเขียนเค้าโครงการวิจัยและรายงานการวิจัยได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ และได้แสดงความคิดเห็นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ว่า การทำวิจัยและพัฒนาจะได้นวัตกรรมใหม่ๆ มีความเชี่ยวชาญในการทำวิจัยมากขึ้น และควรให้ทุนการทำวิจัยอย่างเหมาะสม คณาจารย์ที่เข้าร่วมการทดลองสามารถกำหนดตารางนัดหมาย ติดตามการทำวิจัยได้อย่างชัดเจน ส่วนขั้นการจัดที่ปรึกษาการทำวิจัย ให้รางวัลการพัฒนานักวิจัยตามความก้าวหน้า จัดสรรเงินค่าตอบแทนให้ที่ปรึกษา นำเสนอผลงานวิจัยให้ผู้ทรงคุณวุฒิวิพากษ์ และจัดให้มีหน่วยงานให้คำปรึกษาในการทำวิจัยนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับคณะ และสถาบันวิจัยและพัฒนาสามารถดำเนินการได้ ซึ่งหากมีการให้รางวัลแก่นักวิจัยตามความก้าวหน้าของงานและให้ค่าตอบแทนที่ปรึกษาแล้วจะเป็นการกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจในการทำวิจัยจะทำให้มีผลงานวิจัยมากขึ้น ส่วนขั้นตอนการนำเสนอผลงานวิจัยให้ผู้ทรงคุณวุฒิวิพากษ์ และจัดให้มีหน่วยงานให้คำปรึกษาในการทำวิจัยนั้นจะเป็นส่วนที่ส่งเสริมการทำงานวิจัยของคณาจารย์ให้มีความสะดวก มีความชัดเจน ไม่หลงทางทำวิจัยผิดพลาด สำหรับขั้นการนำเสนอผลงานวิจัยนั้นควรจัดให้มีการอบรมการเขียนบทความงานวิจัยทั้งภาษาไทยและต่างประเทศแล้วให้ผู้ทรงคุณวุฒิวิพากษ์ ส่วนการนำเสนอผลงานวิจัยในต่างประเทศทำได้ 2 แบบ คือ ผู้วิจัยดำเนินการเอง และสถาบันวิจัยและพัฒนาดำเนินการให้คณาจารย์ที่มีผลงานวิจัยไปนำเสนอในต่างประเทศเป็นภาพรวมของมหาวิทยาลัย ผลการประเมินรูปแบบการพัฒนางานวิจัยของคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมการทดองใช้รูปแบบการพัฒนางานวิจัยของคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย มีความคิดเห็นต่อรูปแบบการพัฒนางานวิจัยฯ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านการใช้ประโยชน์ รองลงมาคือ ด้านความเป็นไปได้ และด้านความเหมาะสม