รูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะผู้เรียนตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ในหลวงรัชกาลที่ 10 ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในพื้นที่รับผิดชอบสำนักงานศึกษาธิการภาค 13
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เรื่อง : รูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะผู้เรียนตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ในหลวง รัชกาลที่ 10 ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในพื้นที่รับผิดชอบสำนักงานศึกษาธิการภาค 13ผู้ดำเนินการ : นายวิชัย ชัยโกศล และคณะ หน่วยงาน : กลุ่มพัฒนาการศึกษา สำนักงานศึกษาธิการภาค 13ปีที่ดำเนินการ : ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 การวิจัยครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายย่อย 3 ประการ คือ เพื่อศึกษาสภาพและองค์ประกอบของคุณลักษณะผู้เรียน เพื่อสร้างรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะผู้เรียน รวมทั้งเพื่อประเมินประสิทธิภาพและยืนยันรูปแบบของการพัฒนาคุณลักษณะผู้เรียนตามบรมราโชบายด้านการศึกษา ในหลวงรัชกาลที่ 10 ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในพื้นที่รับผิดชอบสำนักงานศึกษาธิการภาค 13ที่พัฒนาขึ้น สำหรับการดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ 1 ขั้นรวบรวมปัญหา (Problem Formulation) เป็นการศึกษาสภาพและองค์ประกอบสำคัญในการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางการพัฒนาคุณลักษณะผู้เรียนตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาโดยการวิเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการสัมภาษณ์การจัดสนทนากลุ่ม (Focus Group) สำหรับกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ ระยะที่ 2 ขั้นพัฒนารูปแบบ (Model Construction) และจัดทำรายละเอียดของคู่มือการใช้รูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะผู้เรียนตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาโดยใช้เทคนิคเดลฟายแบบปรับปรุง จำนวน 3 รอบ เครื่องมือที่ใช้รอบที่ 1 เป็นแบบสอบถามปลายปิดแบบเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ (f) เครื่องมือที่ใช้รอบที่ 2 และรอบที่ 3 เป็นแบบสอบถามชนิดมาตรส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการคำนวณหาค่ามัธยฐาน (Mdn) และค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ (IR) แล้วนำไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์การตัดสินฉันทามติ และระยะที่ 3 ขั้นทดสอบรูปแบบ (Testing the Model) เป็นการตรวจสอบความถูกต้อง เหมาะสม สอดคล้อง และเป็นไปได้ของรูปแบบการพัฒนา โดยการสำรวจความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholders) เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสถิติ คือ ค่าเฉลี่ย (Arithmetic) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) รวมทั้งการประเมินประสิทธิภาพและยืนยันรูปแบบโดยประชุมสัมมนากลุ่มอิงผู้เชี่ยวชาญ (Connoisseurship)สรุปผลการวิจัย 1. รูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะผู้เรียนตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ในหลวงรัชกาลที่ 10 ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในพื้นที่รับผิดชอบสำนักงานศึกษาธิการภาค 13 ด้วยรูปแบบ DPS (DPS Model) ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการของรูปแบบ วัตถุประสงค์ของรูปแบบ ระบบและกลไกของรูปแบบ วิธีการดำเนินงานของรูปแบบ แนวทางการประเมินผลรูปแบบ และเงื่อนไขของรูปแบบ 2. การตรวจสอบประสิทธิภาพของรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะผู้เรียนตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ในหลวงรัชกาลที่ 10 ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในพื้นที่รับผิดชอบสำนักงานศึกษาธิการภาค 13 ที่สร้างและพัฒนาขึ้นสรุปได้ ดังนี้ 2.1 ด้านความเหมาะสมของรูปแบบโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุดโดยส่วนที่ 2 องค์ประกอบของรูปแบบมีความเหมาะสมมากที่สุด รองลงมา คือ ส่วนที่ 1 ส่วนนำ และส่วนที่ 3 ตัวอย่างแนวทางการพัฒนาตามรูปแบบ ตามลำดับ 2.2 ด้านความสอดคล้องของรูปแบบโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยส่วนที่ 2 องค์ประกอบของรูปแบบมีความสอดคล้องมากที่สุด รองลงมา คือ ส่วนที่ 3 ตัวอย่างแนวทางการพัฒนาตามรูปแบบ และส่วนที่ 1 ส่วนนำ ตามลำดับ 2.3 ด้านความเป็นไปได้ของรูปแบบโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยส่วนที่ 1 ส่วนนำมีความเป็น ไปได้มากที่สุด รองลงมา คือ ส่วนที่ 2 องค์ประกอบของรูปแบบ และส่วนที่ 3 ตัวอย่างแนวทางการพัฒนาตามรูปแบบ ตามลำดับข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะสำหรับหน่วยงานระดับนโยบาย 1. หน่วยงานระดับนโยบายควรนำผลการวิจัยไปใช้จัดทำแผนการพัฒนา โดยเลือกประเด็นหรือข้อที่สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาไปพัฒนาเป็นดัชนีบ่งชี้สู่การปฏิบัติ และแนวทางประเมินผลการขับเคลื่อนนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการในการส่งเสริมคุณลักษณะผู้เรียนตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาไปสู่การปฏิบัติผ่านระบบการจัดการศึกษา เพื่อให้สถานศึกษานำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง เป็นรูปธรรม 2. หน่วยงานระดับนโยบายควรส่งเสริมสนับสนุนให้สถานศึกษามีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องโดยวิธีการต่าง ๆ เช่น การจัดทำคู่มือ เอกสารเผยแพร่ การจัดอบรมสัมมนา การจัดระบบ และการจัดการความรู้ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้สถานศึกษาหรือหน่วยงานระดับปฏิบัติสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ 3. กระทรวงศึกษาธิการควรกำหนดนโยบายและจุดเน้นยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติและสนับสนุนด้านการศึกษาของทุกสังกัดน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อสร้างพื้นฐานแก่ผู้เรียน โดยมีการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลายรูปแบบตามอัตลักษณ์และความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมชุมชน ข้อเสนอแนะสำหรับนำไปปฏิบัติ 1. ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู และบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องนอกจากจะศึกษาทำความเข้าใจรูปแบบการพัฒนาให้ชัดเจนเพื่อนำรูปแบบไปใช้อย่างสมบูรณ์ตลอดกระบวนการและบูรณาการให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน มีระบบการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบการนำรูปแบบไปใช้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการเผยแพร่ความสำเร็จในการนำรูปแบบไปใช้เพื่อเป็นแนวทางสำหรับสถานศึกษาอื่น 2. ควรนํารูปแบบการพัฒนาไปใช้เป็นแนวทางจัดการเรียนการสอนเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และประสบการณ์ในการส่งเสริมคุณลักษณะผู้เรียนตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาไปสู่การปฏิบัติ เป็นรูปแบบที่มีมาตรฐานเดียวกัน และเป็นไปอย่างเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ 3. ควรนํารูปแบบการพัฒนาที่ได้ไปใช้เป็นแนวทางการน?อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาไปสู?การปฏิบัติในสถานศึกษา และเป็นแนวทางการจัดกิจกรรมควบคู?ไปกับการจัดการเรียนการสอนและนโยบายที่มุ่งเน้นเสริมสร้างให้ผู้เรียนเป็นพลเมืองดี เพิ่มพูนทักษะและประสบการณ์ มีจิตบริการ มีอาชีพ โดยใช้การจัดกิจกรรมเป็นฐาน (Active-based Learning) 4. ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรที่เกี่ยวข้องควรตระหนักในความสำคัญของการส่งเสริมคุณลักษณะผู้เรียนตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา โดยเป็นภาระหน้าที่สำคัญของบุคลากรทุกคน เพื่อให้การสร้างเยาวชนเป็นคนดีและพัฒนาให้เป็นคนเก่ง สู่การปฏิบัติตามรอยพระยุคลบาทเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยในอนาคต 1. ควรมีการศึกษาในเรื่องปัจจัยส่งเสริมหรือปัจจัยที่เป็นอุปสรรค์ต่อการนำรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะผู้เรียนตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานไปใช้โดยวิธีอภิมาณ (Meta Analysis) อันเป็นการมองภาพรวมระดับมหัพภาค 2. ควรมีการสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับการส่งเสริมคุณลักษณะของผู้เรียนตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ โดยวิธีการสำรวจรูปแบบและกระบวนการจัดการเชิงระบบ เพื่อนำข้อค้นพบที่ได้ไปพัฒนาปรับปรุงและนำไปใช้เป็นต้นแบบ (Best Practice) การจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมคุณลักษณะผู้เรียนตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 3. ควรมีการวิจัยเชิงประเมินการส่งเสริมคุณลักษณะผู้เรียนตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาตามแนวทางวิธีเชิงธรรมชาติ (Naturalistic Approach) ที่เน้นการตัดสินคุณค่า เพื่อให้ได้ผลการศึกษาในมิติที่แตกต่างจากวิธีเชิงระบบ (Systematic Approach) และสามารถประเมินในเวลาเดียวกันได้ทุกขั้นตอน