องค์ประกอบทางเคมีจากจำปาดะ Artocarpus integar (Thunb.) Merr. ในพื้นที่อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ เบาหวาน แบคทีเรีย และยับยั้งเซลล์มะเร็ง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจยั ในคร้ังน้ีสามารถแยกสารจากใบและเปลือกตน้ จาปาดะได้ท้งั หมด 24 ชนิด (1A–24A) ได้แก่ kuwanon R(1A), kuwanon J (2A), deoxyartonin I (3A), artocarmitin B (4A), isogemichalcone B (5A), sanjuanolide(6A), morachalcone A (7A),bavachromanol (8A), 5,7,4-trihydroxy-6-[30-methylbut-30-enyl]-flavone (9A), dinklagin C (10A), apigenin(11A), quercetin (12A),8-(3-methylbut-2-enyl)-7,3,4-trihydroxyflavanone (13A), epiafzelechin (14A), 6-O-methylepiafzelechin (15A), 4-(3,4-dihydroxy phenyl)butan-2-one (16A), catechin(17A), ferulic acid (18A), isobavachalcone (19A), luteolin (20A), epi-catechin (21A),moracin M (22A), scopoletin (23A) และ schleicheol 2 (24A) ส าหรับการพิสูจน์ทราบสูตรโครงสร้างของสารที่แยกได้น้นั อาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลทางสเปกโทรสโกปี (NMR และ MS) และการเปรียบเทียบขอ้ มูลกบั รายงานวิจยั ที่ผ่านมาก่อนหนา้ น้ี สาร 3A ซึ่งเป็นสารในกลุ่ม Diels-Alder adduct ถูกคน้ พบไดใ้ นธรรมชาติเป็ นคร้ังแรก (new natural compound) จากการศึกษาวิจยั ในคร้ังน้ี ผลการทดสอบฤทธ์ิยบั ย้งั เอนไซมแ์ อลฟากลูโคซิเดสของสารที่แยกได้ พบวา่ สาร 1A–3A, 7A และ 11A–12A แสดงฤทธ์ิยบั ย้งั ยบั ย้งั เอนไซม์แอลฟากลูโคซิเดสได้ดี (ค่า IC50 เท่ากบั 7.8–182 ไมโครโมลาร์) และมีพฤติกรรมเป็ นตวั ยบั ย้งั แบบผสมต่อเอนไซม์แอลฟากลูโคซิเดส ผลการทดสอบฤทธ์ิตา้ นเช้ือแบคทีเรียในระดบั หลอดทดลอง (in vitro) ของสารท้งั หมดที่แยกไดโดยใช้วิธี ้ agar well diffusionassay พบวา่ สาร 2A, 3A, 6A, 7A, 9A และ 12A มีฤทธ์ิในการยบั ย้งั เช้ือ S. aureus โดยมีเส้นผา่ นศูนยก์ ลางของบริเวณยบั ย้งั (inhibitionzone) อยใู่ นช่วง 13–16 มิลลิเมตร ผลการทดสอบฤทธ์ิตา้ นอนุมูลอิสระของสารที่แยกไดด้ ว้ ยวิธี DPPH assay พบว่าสาร 12A มีฤทธ์ิในการดกั จบั อนุมูลอิสระไดส้ ูงที่สุดดว้ ยค่า IC50 เท่ากบั 4.35 ไมโครโมลาร์ ในส่วนของผลการทดสอบฤทธ์ิยบั ย้งั เซลลม์ ะเร็งตบั ของมนุษย์ชนิด HepG2 (human hepatoma cell line, HepG2) ของสารท้ังหมดที่แยกได้ พบว่าสารดังกล่าวไม่มีฤทธ์ิในการยบั ย้งั การเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งตับ ผลการวิเคราะห์สารสกดั ใบและเปลือกตน้ จาปาดะด้วยเทคนิค HPLC-DAD แสดงให้เห็นว่าสาร 1Aและ 3A นอกจากจะพบไดใ้ นส่วนใบจาปาดะแลว้ กย็ งั สามารถพบไดใ้ นส่วนเปลือกตน้ จาปาดะ ผลการศึกษาแบบจ าลองโมเลกุลและการจ าลองการจับเชิงโมเลกุลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ระหว่างสารที่แยกได้กบั เอนไซม์แอลฟากลูโคซิเดสพิสูจน์ได้ว่าสาร 1A–3Aมีแนวโนม้ ที่จะเป็นตวัยบัย้งั ที่ดีและมีศกั ยภาพพอสำหรับที่จะใช้ในงานพรีคลินิกตามแบบจำลอง ADMET ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ในการช่วยลดระดบั น้าตาลในเลือดและป้องกนั การเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน และที่สำคัญอาจใช้เป็นยาลดความอ้วนหรือใชร้ ่วมกบั ยาอื่นได