Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

องค์ประกอบทางเคมีและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากพะยอม

กรรณิการ์ พิมพ์รส มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ วัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้ เพื่อศึกษาสารพฤกษเคมี ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ของสารสกัดจากส่วนต่างๆของต้นพะยอม (ใบ เปลือก และราก) ผลการทดสอบทางพฤกษเคมีเบื้องต้น พบสารพฤกษเคมีกลุ่มอัลคาลอยด์ กลุ่มแทนนิน กลุ่มฟลาโวนอยด์ แต่ไม่พบกลุ่มแอนทราควิโนน ในทุกส่วนของต้นพะยอมที่ใช้ศึกษา สารสกัดหยาบจากพะยอมส่วนของเปลือก มีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมด ปริมาณแทนนินทั้งหมด และปริมาณความสามารถในการรีดิวซ์มากที่สุด (มีค่าเท่ากับ 111.5, 23.33, 1028.04 มิลลิกรัมสมมูลกรดแกลลิก/กรัมสารสกัด ตามลำดับ) เมื่อทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูล ดีดีพีเอช (DPPH•) เอบีทีเอส (ABTS•+) ไฮดรอกซิล (OH•) และความสามารถในการคีเลทโลหะ (FIC) ผลการทดสอบพบว่า สารสกัดหยาบส่วนของเปลือกที่สกัดด้วยเอทานอลความเข้มข้น 95% มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระดีที่สุด (มีค่า IC50 เท่ากับ 1.08, 0.08 และ 1.00 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ตามลำดับ) ส่วนความสามารถในการคีเลทโลหะ (FIC) มีค่า IC50 เท่ากับ 0.85 ไมโครกรัม/มิลลิลิตรสำหรับผลการทดสอบ TLC พบว่าตัวทำละลายที่เหมาะสมในการสกัดสารพฤกษเคมีจากส่วนต่างๆของต้นพะยอม ได้แก่ เอทานอล เอทิลอะซิเตต และ คลอโรฟอร์ม-เมทานอล (80:20) การศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์ 8 ชนิด ได้แก่ S. aureus, E.coli, S.typhimurium, P. aeruginosa, B. cereus, C. albicans, T. mentagrophytes และ P.acne ของสารสกัดหยาบจากพะยอม พบว่า สารสกัดด้วยตัวทำละลายเอทิลอะซิเตต ให้ผลในการยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ได้ดีที่สุด ในขณะที่สารสกัดด้วยตัวทำละลายเอทานอลและคลอโรฟอร์ม-เมทานอล ไม่สามารถยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ได้ การทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดจากส่วนต่างๆของต้นพะยอมด้วยตัวทำละลายเอทิลอะซิเตตในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ พบว่า สารสกัดจากเปลือกและรากของต้นพะยอมมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อ S. aureus ได้ดีที่สุด (MIC และ MBC เท่ากับ 1.56 และ 6.25, 1.56 และ 12.50 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ตามลำดับ) นอกจากนี้ ยังพบว่า สารสกัดจากเปลือกและรากพะยอมสามารถยับยั้งเชื้อ P. aeruginosa ได้ดีกว่ายาปฏิชีวนะ (Azithromycin)

คำสำคัญ

AntioxidantAntibacterialBioactive compoundsสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพantifungalต้านอนุมูลอิสระต้านเชื้อแบคทีเรียต้านเชื้อราพะยอมShorea roxburghii G.Don

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาโครงสร้างทางเคมีของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากมะเดื่อ

อุดมเดชา พลเยี่ยม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พ.ศ. 2556

ฤทธิ์ทางชีวภาพและการตรวจสารพฤกษเคมีเบื้องต้นของรากสิบสองราศี

วัชราภรณ์ ประภาสะโนบล มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี พ.ศ. 2561

การศึกษาพัฒนาวิธีการวิเคราะห์สารเมตาโบไลต์ด้วยเทคโนโลยีไอออนโมบิลิตี้แมสสเปคโตรเมทรีเพื่อให้จำแนกสารเมตาโบไลต์ที่มีโครงสร้างซับซ้อนในผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ: กรณีศึกษาในพืชสมุนไพรคนทีดำ

นฤมล จริยะโสภิต สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

การสกัดคอนเด็นส์แทนนินเพื่อศึกษาคุณสมบัติทางชีวภาพ ขนาดโมเลกุลและโครงสร้างทางเคมี

บดี คำสีเขียว มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2551

การประเมินฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดจากราเอนโดไฟท์ที่แยกได้จากต้นติ้วเกลี้ยงและติ้ว

ทวีศักดิ์ จึงวัฒนตระกูล มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2560

การประยุกต์ใช้สะไตรีนมาเลอิกแอนไฮไดรด์โคพอลิเมอร์ สำหรับการสกัดสารประกอบทีมีฤทธิ์ทางชีวภาพจากพืช

พัชรา ปัญญามูลวงษา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พ.ศ. 2560

การตรวจสอบพฤกษเคมีเบื้องต้น การหาปริมาณฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ทั้งหมดและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจากต้นกุ่มน้ำ

ปณิธาน สุระยศ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พ.ศ. 2561

การศึกษาคุณสมบัติทางเคมีกายภาพเบื้องต้น และการควบคุมคุณภาพ รวมทั้งการวิจัยฤทธิ์และการศึกษาก่อนการตั้งตำรับของสารสกัดสิงหโมรา

ชฎารัตน์ อัมพะเศวต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2552

โครงการการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีจากรากของต้นเลือดแรด

อุไรวรรณ ศรีพนา มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด พ.ศ. 2559

การพัฒนาการวิเคราะห์สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ด้วยเทคนิคโครมาโท-กราฟีของเหลวสมรรถนะสูงร่วมกับการตรวจวัดทางเคมีไฟฟ้า และประยุกต์วิเคราะห์ในมะรุม

อัญชนา ปรีชาวรพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พ.ศ. 2557