กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
บทคัดย่อ วัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้ เพื่อศึกษาสารพฤกษเคมี ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ของสารสกัดจากส่วนต่างๆของต้นพะยอม (ใบ เปลือก และราก) ผลการทดสอบทางพฤกษเคมีเบื้องต้น พบสารพฤกษเคมีกลุ่มอัลคาลอยด์ กลุ่มแทนนิน กลุ่มฟลาโวนอยด์ แต่ไม่พบกลุ่มแอนทราควิโนน ในทุกส่วนของต้นพะยอมที่ใช้ศึกษา สารสกัดหยาบจากพะยอมส่วนของเปลือก มีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมด ปริมาณแทนนินทั้งหมด และปริมาณความสามารถในการรีดิวซ์มากที่สุด (มีค่าเท่ากับ 111.5, 23.33, 1028.04 มิลลิกรัมสมมูลกรดแกลลิก/กรัมสารสกัด ตามลำดับ) เมื่อทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูล ดีดีพีเอช (DPPH•) เอบีทีเอส (ABTS•+) ไฮดรอกซิล (OH•) และความสามารถในการคีเลทโลหะ (FIC) ผลการทดสอบพบว่า สารสกัดหยาบส่วนของเปลือกที่สกัดด้วยเอทานอลความเข้มข้น 95% มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระดีที่สุด (มีค่า IC50 เท่ากับ 1.08, 0.08 และ 1.00 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ตามลำดับ) ส่วนความสามารถในการคีเลทโลหะ (FIC) มีค่า IC50 เท่ากับ 0.85 ไมโครกรัม/มิลลิลิตรสำหรับผลการทดสอบ TLC พบว่าตัวทำละลายที่เหมาะสมในการสกัดสารพฤกษเคมีจากส่วนต่างๆของต้นพะยอม ได้แก่ เอทานอล เอทิลอะซิเตต และ คลอโรฟอร์ม-เมทานอล (80:20) การศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์ 8 ชนิด ได้แก่ S. aureus, E.coli, S.typhimurium, P. aeruginosa, B. cereus, C. albicans, T. mentagrophytes และ P.acne ของสารสกัดหยาบจากพะยอม พบว่า สารสกัดด้วยตัวทำละลายเอทิลอะซิเตต ให้ผลในการยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ได้ดีที่สุด ในขณะที่สารสกัดด้วยตัวทำละลายเอทานอลและคลอโรฟอร์ม-เมทานอล ไม่สามารถยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ได้ การทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดจากส่วนต่างๆของต้นพะยอมด้วยตัวทำละลายเอทิลอะซิเตตในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ พบว่า สารสกัดจากเปลือกและรากของต้นพะยอมมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อ S. aureus ได้ดีที่สุด (MIC และ MBC เท่ากับ 1.56 และ 6.25, 1.56 และ 12.50 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ตามลำดับ) นอกจากนี้ ยังพบว่า สารสกัดจากเปลือกและรากพะยอมสามารถยับยั้งเชื้อ P. aeruginosa ได้ดีกว่ายาปฏิชีวนะ (Azithromycin)