การประเมินฤทธิ์ทางชีวภาพขององค์ประกอบทางเคมีจากบีปลากั้ง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากการศึกษาอุณหภูมิที่เหมาะสมในการสกัดสารออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจากใบชุมเห็ดเล พบว่า อบที่อุณหภูมิ 70 oC มีปริมาณสารประกอบฟีนอลรวมและสารประกอบฟลาโวนอยด์รวมสูงสุด มีค่าเท่ากับ 24.5971?1.3443 mg GAE/g crude extract และ 14.4177?0.3103 mg CE/g crude extract ตามลำดับ สกัดด้วยตัวทำละลาย 4 ชนิด โดยใช้เฮกเซน ไดคลอโรมีเทน เอทิลอะซิเตต และเมทานอลจากใบชุมเห็ดเล และทดสอบสารออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ 2 วิธี พบว่า DVM มีปริมาณสารประกอบฟีนอลรวมและสารประกอบฟลาโวนอยด์รวมสูงสุด มีค่าเท่ากับ 25.9500?0.6528 mg GAE/g crude extract และ 9.8510?1.7643 mg CE/g crude extract ตามลำดับ และทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ 3 วิธี พบว่า DVM มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ DPPH ABTS และ FRAP ที่สูงสุด มีค่าเท่ากับ 46.50?0.5916, 80.00?0.5169, 1632.04?1.6369 mg Trolox/g of crude extract ตามลำดับ ส่วนการทดสอบฤทธิ์ต้านแบคทีเรียทั้งแกรมบวกและแกรมลบ DVD สามารถยับยั้งแบคทีเรียแกรมบวก โดยมีขนาดโซนยับยั้งสูงที่สุดคือ C. acnes 18.50?0.87 mm B. subtilis 22.75?1.01 mm และ B. cereus 21.25?0.52 DVM สามารถยับยั้งแบคทีเรียแกรมบวก โดยมีขนาดโซนยับยั้งสูงที่สุดคือ S. aureus 17.00?2.89 และแบคทีเรียแกรมลบ K. pneumoniae 8.63?0.71 mm และ P. aeruginosa 22.50?1.04 mm ส่วนการทดสอบทดสอบฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์แอลฟา-กลูโคซิเดส พบว่า DVM มีประสิทธิภาพร้อยละในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์แอลฟา-กลูโคซิเดสสูงที่สุด ที่ความเข้มข้น 1 mg/mL มีค่าเท่ากับ 79.55?0.1449 จากการศึกษาการสกัดสารสกัดพอลิแซคคาไรด์และกำจัดโปรตีนออกของใบชุมเห็ดเล มีค่าร้อยละผลิตภัณฑ์ของสารสกัดพอลิแซคคาไรด์อยู่ในช่วง 0.50 – 0.54% วิเคราะห์ปริมาณสารประกอบฟีนอลรวมและสารประกอบฟลาโวนอยด์รวม พบว่า สารสกัดพอลิแซคคาไรด์มีปริมาณสารประกอบฟีนอลรวมเท่ากับ 6.5334?0.13 mg GAE/g extract และปริมาณสารประกอบฟลาโวนอยด์รวมเท่ากับ 2.0677?0.10 mg CE/g extract แยกสารสกัดและทำให้บริสุทธิ์ด้วยเทคนิค DEAE-sepharose fast flow cellulose column และ Sephadex G-100 column พบว่าได้สารบริสุทธิ์ 3 ชนิด คือ DVP-1A, DVP-2A และ DVP-3A จากการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของสารสกัดพอลิแซคคาไรด์ พบว่าสารสกัดพอลิแซคคาไรด์มีปริมาณน้ำตาลรวมเพิ่มขึ้นถึง 50.4954?0.03 mg glucose/g extract และปริมาณโปรตีนรวมเพิ่มขึ้นถึง 80.8333?7.86 mg BSA/g extract ทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH ABTS และ FRAP พบว่า สารสกัดพอลิแซคคาไรด์มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระ DPPH ABTS เท่ากับ 53.8220?0.10% ที่ความเข้มข้น 3000 ?g/mL 64.4160?2.54% ที่ความเข้มข้น 4000 ?g/mL และสารบริสุทธิ์พบว่ามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงสุดคือ DVP-3A เท่ากับ 28.0206?0.03% DVP-2A เท่ากับ 13.2826?1.30% ทดสอบเพื่อยืนยันความสามารถในการรีดิวซ์ด้วยวิธี FRAP พบว่าสารสกัดพอลิแซคคาไรด์มีประสิทธิภาพในการรีดิวซ์เฟอร์ริกเท่ากับ 32.8457?0.60 mg trolox/g extract การพิสูจน์เอกลักษณ์ทางเคมีด้วยเทคนิค FT-IR เพื่อยืนยันรูปแบบสเปคตรัมทั่วไปของพอลิแซคคาไรด์พบว่า มีส่วนของ pyranose sugar ที่เชื่อมกันด้วยพันธะ ?-glycosidic linkage ซึ่งสารสกัดพอลิแซคคาไรด์ของใบชุมเห็ดเลสามารถเป็นแหล่งสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ดีและนำมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและยาต่อไปได้ ผลจากการศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการทำแห้งแบบโฟม-แมท พบว่า การทำแห้งด้วยเครื่อง Hot air oven ที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียสสามารถรักษาสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพได้ดีที่สุด ผลการทดสอบทางประสาทสัมผัสในผู้บริโภคจำนวน 30 คน ในเขตมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่มีต่อการพัฒนาสูตรของส่วนผสมที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ชาชุมเห็ดเล พบว่า ผู้บริโภคยอมรับการใช้น้ำตาลและน้ำผึ้ง พบว่า ผู้บริโภคให้การยอมรับสูตรผลิตภัณฑ์ชาชุมเห็ดเลที่มีการเติมน้ำตาล 1:0.5 (สูตรที่ 1) มากที่สุด