Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

การต้านการติดพยาธิออร์พิสทอร์คิส วิเวอรินิของสารสกัดจากพืช

จิตติยวดี ศรีภา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

โรคติดเชื้อปรสิตเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในหลายประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคพยาธิใบไม้ตับซึ่งสามารถพัฒนาความรุนแรงของโรคไปสู่มะเร็งท่อน้ำดีได้ เนื่องจากข้อจำกัดในด้านความหลากหลายของยาที่ใช้รักษาโรคพยาธิใบไม้ตับและปัญหาเรื่องการดื้อยาที่อาจเกิดขึ้น การพัฒนายาหรือวัคซีนที่สามารถป้องกันและลดพยาธิสภาพที่เกิดจากการติดพยาธิใบไม้ตับจึงมีความน่าสนใจ ในการศึกษานี้ ได้มีการนำสารสกัดจากพืชสมุนไพรใบชุมเห็ดเทศและผลกระเจี๊ยบเขียว ที่สกัดด้วยตัวทำละลายเอทานอลและน้ำโดยการหมัก มาทำการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH, ABTS และ FRAP assay หาปริมาณสารโพลีฟีนอลรวม (total phenolic compound; TPC) และสารฟลาโวนอยด์ (total flavonoid content; TFC) ผลการทดสอบพบว่าสารสกัดจากชุมเห็ดเทศมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระดีที่สุด โดยสารสกัดด้วยน้ำของชุมเห็ดเทศ มีค่า IC50 จากการทดสอบด้วยวิธี DPPH และ ABTS เท่ากับ 614.367 ? 10.3 ?g/ml และ 70.43 ? 3.6 ?g/ml ตามลำดับ มีค่าการทดสอบด้วยวิธี FRAP เท่ากับ 32.88 ? 6.46 mM การทดสอบ TPC และ TFC มีค่า เท่ากับ 46.08 mg GAE/g.ext และ 7.10 mg Cat/g.ext ตามลำดับ ส่วนสารสกัดด้วยเอทานอลของชุมเห็ดเทศมีค่า IC50 ของฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจากการทดสอบด้วยวิธี DPPH และ ABTS เท่ากับ 729.66 ? 9.7 ?g/ml และ 14.06 ? 2.0 ?g/ml ตามลำดับ การทดสอบด้วยวิธี FRAP มีค่าเท่ากับ 103.589 ? 10.6 mM ส่วนการทดสอบ TPC และ TFC มีค่าเท่ากับ 18.17 GAE/g.ext และ 19.63 mg Cat/g.ext ตามลำดับ ซึ่งสารสกัดด้วยเอทานอลของชุมเห็ดเทศมีผลต่อพยาธิใบไม้ตับระยะตัวเต็มวัยในการทดลองแบบ in vitro โดยพบว่าพยาธิหยุดการเคลื่อนไหวและตายหลังจากที่สัมผัสกับสารสกัดเป็นเวลา 6 ชั่วโมง และเมื่อศึกษาผิวของพยาธิใบไม้ตับหลังจากสัมผัสกับสารสกัดโดยเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้ทำทดสอบกับสารสกัดชุมเห็ดเทศ โดยใช้กล้องจุลทรรศน์แบบส่องกราดพบว่าผิวของพยาธิถูกทำลายอย่างรุนแรง ผิวมีลักษณะบวม ย่นและมีตุ่มเกิดขึ้นทั่วไป จากผลทดสอบนี้แสดงให้เห็นว่ามีสารสำคัญบางชนิดในสารสกัดด้วยเอทานอลของชุมเห็ดเทศที่มีผลต่อการมีชีวิตและพยาธิสภาพบนผิวของพยาธิซึ่งควรมีการศึกษาต่อไป คำสำคัญ: สารสกัดสมุนไพร, ชุมเห็ดเทศ, กระเจี๊ยบเขียว, ออร์พิสทอร์คิส วิเวอรินิ

คำสำคัญ

plant extractOpisthorchis viverriniAnthelmintic activity

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

สมุนไพรมีผลต่อการยับยั้งสารสื่อประสาทที่มีฤทธิ์ต่อการเคลื่อนไหวของพยาธิใบไม้ในตับ

รัตนา เล็กสมบูรณ์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2560

การพัฒนากระบวนการป้องกันและควบคุมโรคพยาธิใบไม้ตับในชุมชน: กรณีศึกษาจังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทย

สรญา แก้วพิทูลย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2559

อุบัติการณ์และการติดเชื้อซ้ำโรคพยาธิใบไม้ตับในชุมชนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนประเทศไทย

เกษร แถวโนนงิ้ว พ.ศ. 2559

เชื้อก่อโรคที่นำโดยเห็บและโอกาสในการติดต่อสู่คนในประเทศไทย

มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2560

ศึกษาเปรียบเทียบวิธีการตรวจวินิจฉัยโรคพยาธิใบไม้ตับด้วยวิธีทางปรสิตวิทยาแบบเข้มข้น และทางชีวโมเลกกุล

ชวัลญ์ญา รัตนพิทูลย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2561

ภาระของโรคมะเร็งท่อน้ำดีจากการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ ในประเทศไทย

กนิษฐา บุญธรรมเจริญ กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2561

ความชุกของโรคติดเชื้อปรสิตในประชากรตำบลก่อเอ้ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี

จิตติยวดี ศรีภา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2561

การค้นหาเอปิโทปเพื่อการพัฒนาวัคซีนป้องกันไวรัสก่อโรคพีอีดีด้วยกลยุทธ์วัคซีนวิทยาย้อนกลับ

สรวง รุ่งประกายพรรณ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2559

โครงการการสำรวจชุมชนเพื่อศึกษาสถานการณ์โรคหนอนพยาธิโรคโปรโตซัวในลำไส้ ของประชาชนคนไทยในพื้นที่ 76 จังหวัดของประเทศไทย และ ปัจจัยกำหนดการเป็นโรค ปี พ.ศ. 2557

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ กรมควบคุมโรค พ.ศ. 2557

ความชุกของ โรคติดเชื้อหนอนพยาธิ ในพื้นที่ตําบลซําสูง จังหวัดขอนแก่น ประเทศไทย

พิสมัย หอมจําปา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2559