ผลของการเลี้ยงปลาและการปลูกผักกระเฉด ต่อความหลากหลายทางชีวภาพของแพลงก์ตอน สัตว์หน้าดิน และคุณภาพน้ำ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาหลากหลายทางชีวภาพของแพลงก์ตอน สัตว์หน้าดิน และคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยง ปลาชะโดและบ่อปลูกผักกระเฉดเปรียบเทียบกับคุณภาพน้ำในลำคลองตลอดช่วงเวลาการเลี้ยง พบว่า ในบ่อเลี้ยงปลามีปริมาณแพลงก์ตอนพืชมากที่สุด รองลงมาคือคลองและบ่อปลูกผักกระเฉด โดยบ่อ เลี้ยงปลามีกลุ่มไชยานแบคที่เรียมากที่สุด ส่วนบ่อปลูกผักกระเฉและคลองพบสาหร่ายสีเขียวมาก ที่สุด สัตว์หน้าดินที่พบมากที่สุดในบ่อผักกระเฉได้แริ้นน้ำจืด ส่วนบ่อปลาชะโดและลำคลองได้แก่ ไส้เดือนน้ำ บ่อเลี้ยงปลาชะตมีค่คุณภาพน้ำที่สูงกว่าบ่อปลูกผักกระเฉตคือ แอมโมเนีย ไนไตรท์ ไน เตรท ออร์โธฟอสเฟต และคลอโรฟิลล์ เอ โดยมีค่าอยู่ในช่วง 0.01-11.29, 2.45-16.01, 0.45-6.39 และ 16.47-48.46 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามลำดับ ส่วนค่คุณภาพน้ำที่พบว่าในบ่อปลูกผักกระเฉดมีค่า สูงกว่าบ่อปลาชะโดคือ ค่าการนำไฟฟ้า, ความเค็ม, ความเป็นด่าง และ ความกระด้าง โดยมีค่อยู่ โนช่วง 697-1271 ไมโครซีเมนต์ต่อเซนติเมตร, 0-2.6 ส่วนในพันส่วน, 94-136 และ 224-406 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามลำดับ ค่คุณภาพน้ำในบ่อปลาชะโดที่สูงกว่าลำคลองที่เป็นแหล่งน้ำเดียวกันคือ ออกซิเจนละลายน้ำ ความเค็ม แอมโมเนีย ไนไตรท์ ไนเตรท ออร์โธฟอสเฟต ความเป็นด่างและ คลอโรฟิลล์ เอ ส่วนค่าคุณภาพน้ำในบ่อปลูกผักกระเฉดที่สูงกว่าลำคลองธรรมชาติคือ ค่าออกซิเจน ละลายน้ำ การนำไฟฟ้า ความเค็ม แอมโมเนีย ออร์โธฟอสเฟต และความกระด้าง ซึ่งพบว่าน้ำทิ้งจาก การปลูกพืชน้ำและการเลี้ยงสัตว์น้ำจะส่งผลกระทบต่อลำคลองแตกต่างกัน โดยน้ำจากการเลี้ยงปลา จะเป็นแหล่งของไนโตรเจนและฟอสฟอรัส ส่วนน้ำจากการปลูกผักกระเฉดจะเป็นแหล่งของความเค็ม และความกระด้าง ซึ่งพบว่าน้ำทิ้งจากการเลี้ยงปลาซะโดจะปล่อยไนโตรเจนและฟอสฟอรัสลงลำ คลองเท่ากับ 4.1 และ 5.6 kg/ pond ส่วนบ่อปลูกผักกระเฉดจะปล่อยไนโตรเจนและฟอสฟอรัสลงลำ คลองเท่ากับ 1.0 และ 1.3 kg/pond ตามลำดับ