การสำรวจทรัพยากรแหล่งน้ำเพื่อการเลี้ยงปลาและปลูกพืชโดยชุมชนมีส่วนร่วมในพื้นที่ศูนย์บริการวิชาการปะคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การสำรวจทรัพยากรแหล่งน้ำเพื่อการเลี้ยงปลาและปลูกพืช ในพื้นที่ศูนย์บริการวิชาการปะคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจวัดคุณภาพน้ำและสำรวจชนิดปลาน้ำจืด ในแหล่งน้ำภายในจำนวน 7 สถานีและรอบศูนย์บริการวิชาการปะคำจำนวน 4 สถานี ดำเนินการตรวจวัดคุณภาพน้ำในภาคสนามและวิเคราะห์คุณภาพน้ำในห้องปฏิบัติการตามวิธีการมาตรฐาน เดือนละ 1 ครั้ง สถานีละ 3 ซ้ำ ระยะเวลา 4 เดือน และเก็บตัวอย่างปลาจากการจับของชาวบ้าน มาวิเคราะห์ตามหลักอนุกรมวิธาน ผลการวิจัยพบว่า อุณหภูมิของอากาศ มีค่าระหว่าง 29-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิของน้ำ มีค่าเฉลี่ยระหว่าง 23-27 องศาความเค็มของน้ำ ที่ มีค่าระหว่าง 0-0.20 พีพีที ค่าเฉลี่ยความเป็นกรดด่าง (pH) มีค่าระหว่าง 7-8 ค่าเฉลี่ยความนำไฟฟ้า มีค่าเฉลี่ยระหว่าง 13-358 ไมโครซีเมนต์ต่อวินาที ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำมีค่าเฉลี่ยระหว่าง 1.85-5.37 มิลลิกรัมต่อลิตร ปริมาณสารแขวนลอยในน้ำ มีค่าระหว่าง 17.85-242.16 มิลลิกรัมต่อลิตร ความขุ่น มีค่าเฉลี่ยระหว่าง 29.75?2.63 - 388.25?7.04 NTU ปริมาณความเป็นด่างของแหล่งน้ำมีค่าเฉลี่ยระหว่าง 9.75?0.96- 92.25?1.71 มิลลิกรัมต่อลิตร ในรูปของแคลเซียมคาร์บอเนต ปริมาณฟอสฟอรัสที่ใช้ประโยชน์ได้ มีค่าเฉลี่ยระหว่าง 4.92?1.90 - 34.67?0.72 มิลลิกรัมต่อลิตร ปริมาณแอมโมเนียในน้ำ มีค่าเฉลี่ยระหว่าง 0.29?0.11 - 0.86?0.07 มิลลิกรัมต่อลิตร พบปลาน้ำจืดจำนวน 5 ชนิด ได้แก่ ปลาดุกด้าน ปลาช่อน ปลาหมอไทย ปลาหมอช้างเหยียบ และปลาสร้อยขาว จากการวิจัยครั้งนี้สรุปได้ว่า คุณภาพน้ำภายในศูนย์บริการวิชาการปะคำเหมาะแก่การเลี้ยงปลาดุก ปลาช่อน และปลาหมอไทย และสามารถใช้น้ำในการปลูกพืชบางชนิด ส่วนคุณภาพน้ำภายนอกศูนย์อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ