การศึกษาความสัมพันธ์ของการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำและตะกอนดินต่อสุขภาพของปลานิลที่เลี้ยงในกระชัง ในลำน้ำอูนและแม่น้ำสงคราม จังหวัดสกลนครและนครพนม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากการศึกษาการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำจากการเลี้ยงปลานิลในกระชัง ในลำน้ำนและแม่น้ำ สงคราม ระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤศจิกายน 2555 จำนวน 6 ครั้งใน 10 จุดสำรวจ พบว่าระดับน้ำลึกเฉลี่ย และความเร็วกระแสน้ำเฉลี่ยสูงที่สุดในเดือนกรกฎาคม และเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝน ในเดือนมกราคม อุณหภูมิของน้ำเฉลี่ยต่ำที่สุด เดือนพฤษภาคมน้ำมีความโปร่งแสงต่ำที่สุด และค่าเฉลี่ยความนำไฟฟ้า ค่ความ ขุ่นสูงที่สุด เนื่องจากฝนชะล้างเอาตะกอนดินลงสู่แม่น้ำ ปริมาณออกชิเจนละลายทุกจุดสำรวจ มีค่าเฉลี่ย เหมาะสมแก่การดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ ปริมาณออกชิเจนละลายช่วงเดือนกรกฎาคม และเดือนกันยายน มี ค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ค่ความเป็นกรดเป็นด่งมีค่าเป็นกรดอ่อนๆ แต่ยังเหมาะสมกับการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ ส่วน ค่าความเป็นด่างมีค่าต่ำกว่ากณฑ์ที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ น้ำมีความกระด้างต่ำจัดประเภทเป็น น้ำอ่อน คาร์บอนไดออกไซด์อิสระในน้ำมีค่าไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน ค่าออร์โธฟอสเฟตมีค่าสูงในฤดูน้ำหลากคือ เดือนกรกฎาคม ค่าแอมโมเนียรวมและคำไนไตรมีคำไม่เกินมาตรฐาน และพบว่ามีค่าคลอโรฟิลล์ เอ ต่ำ ซึ่ง สามารถประเมินได้ว่าบทบาทของแพลงก์ตอนพืชที่เป็นอาหารสัตว์น้ำวัยอ่อนมีน้อยกว่าอาหารธรรมชาติอื่นๆ ส่วนคุณภาพตะกอนดิน ปริมาณน้ำในดิน ไนไตรท์ ไนเตรท แอมโมเนียรวม ออร์โธฟอสเฟต สารอินทรีย์รวม ฟอสฟอรัสรวม และซัลไฟด์ พบว่าสารอินทรีย์ในจุดทุกสำรวจมีค่าต่ำ ไนเตรมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดในเดือนกันยายน แอมโมเนียรวมและสารอินทรีย์มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดในเดือนมีนาคม ออร์โธฟอสเฟตและซัลไฟด์ มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ในเดือนพฤศจิกายน แสดงว่าช่วงเวลาดังกล่าวมีการสะสมสารต่างๆ ในตะกอนดินอยู่สูง สำหรับข้อมูลการ เลี้ยงปลา พบว่าใช้กระชังขนาด 9-12 ลูกบาศก์เมตร อัตราปล่อย 33.33-125 ตัว/ลูกบาศก์เมตร ใช้ระยะเวลา เลี้ยง 57-130 วัน อัตราการรอดตายเฉลี่ยร้อยละ 40-95 ผลผลิตปลาที่จับ 15-112.5 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากการตรวจสอบโรคปลาพบอาการผิดปกติของปลาที่ป่วย บางตัวแสดงอาการผิดปกติเล็กน้อยคือ ครีบกร่อน ตกเลือด มีแผลตามตัว เหงือกเน่า ท้องบวม เหงือกบางส่วนเน่าเห็นเป็นสีขาว เกล็ดหลุด ตัวด่าง มีแผลที่ปาก ตกเลือดที่ปลายหาง ตรวจพบปรสิตที่ก่อโรคปลานิล พบที่ผิวตัว 4 ชนิด คือ Epistylis sp. Trichodina sp. และ Monogene Chilodonella sp. และพบแบคที่เรียที่ก่อโรคปลานิล 3 ชนิด ได้แก่ Flavobacterium sp Aeromonas hydrophila และ Plesiomonas shigelloides.