Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2556

การใช้น้ำมันหอมระเหยร่วมกับน้ำตาลทรีฮาโลสเป็นสารส่งเสริมคุณภาพในการลดปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ในน้ำปักแจกัน ปรับปรุงคุณภาพและยืดอายุการปักแจกันดอกไม้

มัณฑนา บัวหนอง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พ.ศ. 2556

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษาการควบคุมปริมาณจุลินทรีย์ในน้ำยาปักแจกันของดอกไม้ โดยใช้กุหลาบตัดดอกพันธุ์ ‘Grand Gala’ และน้ำมันหอมระเหยจากพืชสมุนไพร 9 ชนิด คือ Citrus bergamia (มะกรูดฝรั่ง), Cymbopogon nardus (ตะไคร้หอม), Cinnamomum zeylanicum (อบเชยเทศ), Citrus hystrix (มะกรูดไทย), Citrus limetta (มะนาวเขียว), Cymbopogon citratus (ตะไคร้บ้าน), Mentha piperita (เปปเปอร์มิ้นท์), Ocimum basilicum (โหระพา) และ Melaleuca alterifofia (ทีทรี) ที่ระดับความเข้มข้น 1,000,000 ppm (100%) ด้วยวิธี disc diffusion method พบว่า ชนิดของน้ำมันหอมระเหยมีผลต่อการยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ในน้ำยาปักแจกันอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง (p?0.01) น้ำมันหอมระเหย tea tree สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ในน้ำปักแจกันได้ดีที่สุด รองลงมาคือ น้ำมันหอมระเหยอบเชยเทศ โดยสามารถยับยั้งเชื้อได้ 2.29 และ 2.21 เท่า ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับชุดควบคุมที่ใช้น้ำกลั่นที่ผ่านการนึ่งฆ่าเชื้อ อย่างไรก็ตาม ระดับความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ (minimal inhibitory concentration; MIC) ของน้ำมันหอมระเหยอบเชยเทศและเปปเปอร์มิ้นท์ คือ 5,000 ppm นอกจากนั้น การศึกษาความเข้มข้นของน้ำมันหอมระเหยที่เหมาะสมในการลดปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ในน้ำยาปักแจกันในสภาพหลอดทดลอง โดยใช้น้ำมันหอมระเหยอบเชยเทศ ที่ความเข้มข้น 0, 2,500, 5,000, 7,500 และ 10,000 ppm ผสมกับเชื้อจุลินทรีย์ที่ความเข้มข้น 108 CFU/ml และนำไปบ่มที่อุณหภูมิ 37 ๐C นาน 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6 และ 12 ชั่วโมง พบว่า น้ำมันหอมระเหยอบเชยเทศที่ความเข้มข้น 10,000 ppm ในชั่วโมงที่ 6 ของการบ่มเชื้อ มีประสิทธิภาพในการลดปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ได้ดีที่สุด เมื่อนำมาวัดการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์โดยการหาค่า Optical Density (OD625) พบว่า น้ำมันหอมระเหยอบเชยเทศที่ความเข้มข้น 10,000 ppm สามารถชะลอการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ในระยะ log phase ได้ดีที่สุด โดยในชั่วโมงที่ 6 มีค่า OD625 เท่ากับ 0.317 ตามลำดับ ในขณะที่ชุดควบคุมมีค่า OD625 เท่ากับ 1.661 จากการศึกษาผลของการ pulsing และการ holding ด้วยน้ำมันหอมระเหยต่อการลดปริมาณเชื้อจุลินทรีย์และการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาของดอกกุหลาบพันธุ์ ‘Grand Gala’ พบว่า วิธีการ holding มีประสิทธิภาพในการยืดอายุการปักแจกันของดอกกุหลาบไม่แตกต่างจากวิธีการ pulsing แต่การ holding ดอกกุหลาบในน้ำมันหอมระเหยอบเชยเทศที่ความเข้มข้น 7,500 ppm สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ได้ดีที่สุดในช่วง 2 วันแรกของการปักแจกัน และยังทำให้อัตราการหายใจของดอกกุหลาบค่อนข้างคงที่ แต่กลับไปทำให้มีอัตราการดูดน้ำลดลง และมีการผลิตเอทิลีนเพิ่มสูงขึ้นในวันที่ 4 ของการปักแจกัน นอกจากนั้น การ holding ในน้ำมันหอมระเหยอบเชยเทศ ยังมีผลไปชะลอการลดลงของปริมาณคลอโรฟิลล์ทั้งหมดในใบ และเพิ่มการบานของดอกได้ อย่างไรก็ตาม วิธีการ holding และ pulsing ไม่มีผลการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักสด ปริมาณแอนโทไซยานินในกลีบดอก และอายุการปักแจกัน การศึกษาผลของการ holding ในน้ำมันหอมระเหยอบเชยเทศความเข้มข้น 7,500 ppm + น้ำตาลทรีฮาโลสความเข้มข้น 2 % สารละลาย DICA ความเข้มข้น 50 ppm + น้ำตาลทรีฮาโลสความเข้มข้น 2% น้ำตาลทรีฮาโลสความเข้มข้น 2 % เปรียบเทียบกับน้ำยาทางการค้า คือ Floralife? และน้ำกลั่น (ชุดควบคุม) ต่อการลดปริมาณเชื้อจุลินทรีย์และการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาของดอกกุหลาบพันธุ์ ‘Grand Gala’ พบว่า ดอกกุหลาบที่ทำการ holding ในสารละลาย DICA ที่ความเข้มข้น 50 ppm ร่วมกับน้ำตาลทรีฮาโลส ที่ความเข้มข้น 2 % สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ได้ดีที่สุด รองลงมา คือ ดอกกุหลาบที่ทำการ holding ในสารละลาย Floralife? นอกจากนั้น การใช้สารส่งเสริมคุณภาพทั้งสองชนิดนี้ ยังสามารถชะลอการลดลงของน้ำหนักสด อัตราการดูดน้ำ ปริมาณคลอโรฟิลล์ทั้งหมดในใบ การเกิดเปลี่ยนสีของกลีบดอก (Blueing) และเพิ่มการบานของดอกได้ ในขณะที่ดอกกุหลาบที่ holding ในน้ำมันหอมระเหยอบเชยเทศร่วมกับน้าตาลทรีฮาโลสสามารถควบคุมเชื้อจุลินทรีย์ในน้ำปักแจกันได้เพียง 2 วันแรกของการปักแจกัน แต่กลับมีการสะสมปริมาณน้ำตาลทั้งหมดในกลีบดอกมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับชุดการทดลองอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ชนิดของสารส่งเสริมคุณภาพไม่มีผลต่ออัตราการหายใจ การผลิตเอทิลีน ปริมาณแอนโทไซยานิน นอกจากนั้น ดอกกุหลาบที่ทำการ holding ในสารละลาย Floralife? และสารละลาย DICA ที่ความเข้มข้น 50 ppm ร่วมกับน้ำตาลทรีฮาโลสที่ความเข้มข้น 2 % มีอายุการปักแจกันนานที่สุด เท่ากับ 7.8 และ 7.6 วัน ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับชุดควบคุม (น้ำกลั่น) น้ำมันหอมระเหยอบเชยเทศที่ความเข้มข้น 7,500 ppm ร่วมกับน้ำตาลทรีฮาโลสที่ความเข้มข้น 2 % และสารละลายน้ำตาลทรีฮาโลสที่ความเข้มข้น 2 % ซึ่งมีอายุการปักแจกัน เท่ากับ 4.9 4.9 และ 4.7 วัน ตามลำดับ

คำสำคัญ

4. คำสำคัญ (Keywords) ของโครงการวิจัย น้ำมันหอมระเหย (essential oils) น้ำตาลทรีฮาโลส (trehalose) เชื้อจุลินทรีย์ (Microbial) อายุการปักแจกัน (vase life)

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

องค์ประกอบทางเคมีและกลไกการออกฤทธิ์ของน้ำมันหอมระเหยจากพืชในการยับยั้งการงอกของหญ้าข้าวนกและผักโขมหนาม

จำรูญ เล้าสินวัฒนา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2560

ฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ในสุกรของน้ำมันหอมระเหยจากพืชสมุนไพรที่รับประทานได้

ศิริพร โอโกโนกิ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2553

พอลิเมอร์แบบเม็ดจากไคโตซานผสมน้ำมันหอมระเหยเพื่อต้านจุลินทรีย์และยืดอายุการเก็บรักษาผลไม้สด: สมบัติและการใช้งาน

นางเจิมขวัญ สังข์สุวรรณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2558

การศึกษาสารต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ทางชีวภาพของน้ำมันหอมระเหยจากพืชวงศ์กระดังงา

กาญจนา ภิญโญภาพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. 2552

การพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างผักผลไม้เพื่อลดปริมาณเชื้อจุลินทรีย์จากน้ำมันหอมระเหย

มัลลิกา ชมนาวัง มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2557

การศึกษาชนิดและปริมาณของสารที่มีในน้ำมันหอมระเหยของพืชตระกูลขิง

อรพิน เกิดชูชื่น คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พ.ศ. 2551

การใช้น้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรไทยในการยับยั้งการเจริญของเชื้อราที่พบ บนแผ่นยางพารา

สายสมร ลำลอง มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2559

การประยุกต์ใช้น้ำมันหอมระเหยจากใบของต้นยูคาลิปตัสและเสม็ดขาว เพื่อเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ

สุธีรา วิทยากาญจน์ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2557

ผลของน้ำมันหอมระเหยจากพืชสมุนไพรต่อต่อการต้านออกซิเดชันในน้ำมันปาล์มที่ผ่านการทอดซ้ำ

สุรีย์ นานาสมบัติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2555

การหาตัวบ่งชี้ทางเคมีของตำรับน้ำมันหอมระเหยผสมจากพืชสมุนไพรในลูกประคบ

กฤษณา ภูตะคาม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2551