การศึกษาปัจจัยด้านเสียง,ด้านสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อการสูญเสียการได้ยินของบุคลลากรในงานทันตกรรม ในโรงพยาบาลทั่วไปและ โรงพยาบาลศูนย์ ในเขตความรับผิดชอบของศูนย์วิศวกรรมการแพทย์ที่ 3(นครสวรรค์)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิชัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์คือ เพื่อศึกษาปัจยัยของเสียงที่เกิดจากอุปกรณ์ในการ ให้บริการทางด้านทันตกรรมที่มีผลกระทบต่อการเกิดการสูญเสียการได้ยินของบุคลากรด้าน ทันตกรรม และเพื่อศึกษาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมในคลินิกทันตกรรมที่มีผลต่อการเกิดและสะท้อน เสียง ผลการวิจัยพบว่า จำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 211 คน ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง 165 คนเป็น ร้อยละ 782 มีกลุ่มอายุ 31 -40 ปี จำนวน 64คน เป็นร้อยละ303 ระดับปริญญาตรีจำนวน 89 คนเป็นร้อย ละ42.2 เป็นทันตแพทย์ จำนวน 73 คน เป็นร้อยละ 3.20 มีประสบการณ์ในการทำงาน 1- 10 ปี จำนวน 88 คนเป็นร้อยละ 41.7 มีการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ เป็นบางวัน จำนวน 108 คนคิดเป็นร้อย ละ 512 และไม่ใช้อุปกรณ์เบื้องกันเสียง จำนวน 200 คน คิดปืน ร้อยตะ 948 จากการศึกษาปัจจัยของเสียง พบว่ากิจกรรมการวัดระดับเสียง พื้นฐาน มีค่าความดังเสียงเฉลี่ย (Leq)68.6 เดซิเบลเอ ความถี่ ของเสียง1600 เฮิรตช์ ส่วนผลการวัดระดับความดังเสียงและความถี่ของเสียง ในกิจกรรม ขูดหินปูน มี ระดับความดังเสียงฉลี่ย (Leq)88.1 เดซิเบลเอ ความถี่ของเสียง6300 เฮิรต์ กิจกรรม การกรอฟัน ด้วยหัวกรอช้า มีระดับความดังเสียงฉลี่ย (Leg)860 เดชิเบขอ ความถี่ของเสียง8000 เฮิรตช์ กิจกรรมการกรอฟืนด้วยหัวกรอเร็ว มีระดับความดังเสียมฉลี่ย (Leg)83.1 เดซิเบลเอ ความถีของ เสียง16000 เฮิรตช์ จึงพบว่ากิจกรรมการขูดหินปูน มีค่าระดับความดังสูงสุดคือ 88.1 เคซิเบซิเบอ และ กิจกรรมการกรอฟืน ล้วยหัวกรอร็วมีค่าระดับควนที่สูงสุดคือ 16000 เฮิรตช์ จำนวนผู้ที่มีมีอรพราชวัดกรให้ยินเตือน รวม รถคน พบว่า ผู้ที่มีกรให้ให้ยินเป็นปกติจำนวน 45 คน และผู้กริ่มมืดอกกระพบต่อการใด้ยินเสียงล้านาน คน ซึ่งในในจำนวนนี้ผู้รับสูญเดียญได้ยิน ที่ระดับความดังมากกว่า 304B ขึ้นไป ในทุกข่านความถี่ตั้งแต่ย่านความถี่ 500 เฮิรตซ์ จนถึงย่าน ความถี่ 8000 เฮิรตซ์ และพบว่าหูซ้ายของผู้ปฏิบัติงานด้านทันตกรรม เริ่มมีผลกระทบต่อการได้ยินในอ่านความถี่สูง 8000 เฮิรตช์ จำนวน 9 ข้าง ส่วนหูขวาของผู้ปฏิบัติงานด้านทันตกรรม เริ่มมี ผลกระทบต่อการได้ยิน ในข่านความถี่สูง 8000 เฮิรตช์ จำนวน 5 ข้าง และผู้เริ่มมีผลกระทบต่อ การได้ยินเสียงทั้งสองข้าง รวมจำนวน 23 ข้าง จึงพบว่ามีความสอดคล้องกับผลการศึกษาปัจจัย ของเสียง ที่ข่านความถี่ 6300-16000 เฮิรตซ์ โดยยังมีปัจจัยอื่นๆที่ยังไม่ทำการศึกษาซึ่งมีผลกระทบ ต่อการเกิดการสูญเสียการได้ยิน จากการศึกษาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม พบว่าโรงพยาบาลกลุ่มตัวอย่าง มีจำนวนยูนิตทันตกรรม สูงทูล 17 หรือง มีการณ์ลที่นที่ปฏิบัติเป็นชุมทุลปืน 6 พื้นที่ ค่ายเหล็บพรพรที่กาย เราถรายาาลามมรร และ มีวิตที่ใช้ปืนฟอร์ไมก็เกิดปืนปริมทร เผอจากรรรมตร ซึ่งปืนที่ที่มีที่มีที่เพิ่มที่แต่แต่กาการการใจใคใค และสะท้อนเสียง สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ข้อเสนอแนะ ในการทำวิจัย ครั้งต่อๆไป ควรขยายขอบเขต การตรวจวัดระดับความดัง เสียงและความถี่ของเสียง ในโรงพยาบาลเอกชน และขยายผลให้ครอบคลุมโรงพยาบาลทุกอำเภอ ทุกจังหวัด และทำการศึกษาปัจจัยอื่นๆซึ่งมีผลกระทบต่อการเกิดการสูญเสียการได้ยิน รวมถึง ศึกษา ความเหมาะสมของวัสดุและตำแหน่งในการติดตั้งผนังเพื่อลดการสะท้อนความถี่ของเสียง จาก เครื่องมือแพทย์ ในเชิงนโยบายควรส่งเสริมให้ดำเนินการหารูปแบบมาตรฐานโครงสร้างอาคารที่ เหมาะสมต่อการปฏิบัติงานด้านทันตกรรม