ความรุนแรงในที่ทำงานของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลตติยภูมิ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ความรุนแรงในที่ทำงานในองค์กรสุขภาพ เป็นปัญหาค้านอาชีวอนามัยที่สำคัญระดับโลก ซึ่ง พยาบาลเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการเกิดความรุนแรงในที่ทำงาน การศึกษาวิจัยเชิงพรรณนาครั้งนี้มี วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสถานการณ์ความรุนแรงในที่ทำงานและปัจจัยเสี่ยงของความรุนแรงในที่ ทำงานในกลุ่มพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานใน โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกแบบ เฉพาะเจาะจง เป็นพยาบาลวิชาชีพจำนวน 5555 ราช ในโรงพยาบาลตติยภูมิ เขตภาคเหนือ รวบรวม ข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามที่ดัดแปลงจากแบบสอบถามมาตรฐานที่พัฒนาโดย ILO/ICN/WHO/PSI (2003) พร้อมกับการทำสนทนากลุ่ม แบบสอบถามประกอบด้วย 4 ประเด็นหลัก คือ 1) ข้อมูลด้าน บุคคลและลักษณะการทำงาน 2) ความรุนแรงด้านร่างกาย 3) ความรุนแรงด้านจิตใจ และ 4) การบริหาร ขององค์กร แบบสอบถามได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพมีค่าความตรงเชิงเนื้อหาเท่ากับ 1 และความ เชื่อมั่นเท่ากับ 0.84 - 0.97 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้การวิเคราะห์ความถดถอยแบบพหุคูณ ขณะที่ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยหลักพบว่า อัตราความชุกการเกิดความรุนแรงในที่ทำงานที่พบสูงสุดเป็นความ รุนแรงด้านจิตใจคือด้านวาจา ร้อยละ 50.3 ขณะที่ความรุนแรงด้านร่างกายพบเพียงร้อยละ 12.1 ผู้กระทำความรุนแรงทางด้านวาจา ที่สำคัญคือ พยาบาลวิชาชีพร้อยละ 44.8 และผู้ป่วยรวมทั้งญาติ ร้อยละ 34.7% ทางด้านร่างกาย คือ ผู้ป่วยและญาติร้อยละ 91.8 ผลกระทบภายหลังความรุนแรงที่พบ บ่อยทั้งความรุนแรงด้านร่างกายและจิตใจ คือ ความตื่นตัวต่อเหตุการณ์ ที่สำคัญไม่มีการจัดการและ ไม่มีการรายงานใด ๆ ภายหลังการเกิดความรุนแรงในที่ทำงาน ปัจจัยเสี่ยงความรุนแรงทางด้านวาจาที่สำคัญ คือ พยาบาลวิชาชีพ (OR 6.4;C1: 2.7-15.0, p<001) การพยาบาลผู้ป่วยโดยตรง (OR 4.8; CT: 1.7-14.1, p=.004) ขาดการปรับปรุงความปลอดภัย ในที่ทำงาน (OR 4.2; CT: 2.3-7.5, p<001) ความกังวลต่อความรุนแรงในที่ทำงาน (OR 2.5; CT: 1.4-4.2, p=.001) และประสบการณ์การทำงานที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 10ปี (OR24;C1:13-45,0-005) ปัจจัยเสี่ยง ความรุนแรงด้านร่างกายที่สำคัญ ได้แก่ จำนวนบุคลากรที่ปฏิบัติงานในสถานที่ทำงาน 1-5 คน (OR 6.4; C1:2.1-19.3,p = 001) จำนวนบุคลากรที่ปฏิบัติงานในสถานที่ทำงาน 6-10 คน (OR 4.9; C? 1615151, p -.005) กลุ่มผู้ป้ายวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ (OR 4.9, C1.1-21.9, p = .033) ขาคระบบการราน (OR 4.3; CI: 1.8-10.3, p=.001) พยาบาลอายุน้อยกว่าหรือเท่ากับ 35 ปี (OR 3.1;CT: 12-7.3.p- - .012) ขารปรุบปรุง ความปลอดภัยในที่ทำงาน (OR 2.6; C1: 1.4-5.0,p=.003) ข้อค้นพบเชิงคุณภาพสนับสนุนปัจจัยเสี่ยง ความรุนแรงในที่ทำงาน ในประเด็นสภาพการทำงานและสภาพแวดล้อมการทำงางาน ผลกรรศึกษาขึ้นเห็นถึงความสำคัญกาของกากกำหมอลอยอยุทธ์การกัน และการจัดกากถกากคกาคา ในที่ทำงานในองค์กรค้านการดูแลสุขภาพ ผู้บริหารควรกำหนดนโยบายความปลออดภัยในโรงพยาบาล การกำหนดอัตรากำลังบุคลากร และระบบการรายงานในที่ทำงานและมาตรการรักษาความปลอดภัย อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้การให้การศึกษาและอบรมขังเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องดำเนินการ