การพัฒนารูปแบบการจัดบริการสุขภาพเกษตรกร ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล พื้นที่ต้นน้ำเขื่อนลำปะทาว จังหวัดชัยภูมิ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดบริการสุขภาพของเกษตรกรในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 2) สร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนารูปแบบการจัดบริการสุขภาพของเกษตรกร 3) ศึกษาสภาพปัญหาสุขภาพของเกษตรกรในพื้นที่ต้นน้ำเขื่อนลำประทาว และ 4) ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกรประชากรและกลุ่มตัวอย่างคือเกษตรกรที่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในกระบวนการเพาะปลูกจำนวน 300 คนที่ได้จากการคำนวณขนาดตัวอย่าง ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณด้วยแบบสัมภาษณ์ที่ประยุกต์จากแบบประเมินความเสี่ยงในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกร นำข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา ปัจจัยเสี่ยงวิเคราะห์ค่า OR และช่วงเชื่อมั่น 95 % CI ของ OR วิเคราะห์ Multiple Logistic Regression ข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสนทนากลุ่ม การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสังเกตการปฏิบัติงานของเกษตรกร นำมาวิเคราะห์เชิงเนื้อหาเพื่อหาข้อสรุป ผลการศึกษาข้อมูลด้านสภาวะสุขภาพของเกษตรกร พบว่า เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช จากระดับเสี่ยงต่ำถึงระดับเสี่ยงสูง ร้อยละ 100 ความเสี่ยงมากที่สุดคือ ความเสี่ยงในระดับปานกลาง รองลงมาคือ ความเสี่ยงต่ำ และความเสี่ยงค่อนข้างสูง คิดเป็นร้อยละ 34.3, 30.0 และ 20.3 ตามลำดับ ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงมี 3 ปัจจัยคือ 1) ประเภทพืชที่ปลูก 2) ระยะเวลาการปลูก และ 3) ลักษณะการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในกระบวนการเพาะปลูก ผลการศึกษานำมาพัฒนารูปแบบการจัดบริการสุขภาพเกษตรกรในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดบริการสุขภาพของเกษตรกร ได้แก่ ภาคส่วนประชาชน ภาคส่วนสาธารณสุข และภาคส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบที่ได้เป็นการจัดบริการที่เน้นการให้บริการเชิงรุกในชุมชน เพื่อให้มีความสอดคล้องกับบริบทของวิถีชีวิตของเกษตรกร ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับกิจกรรมการปฏิบัติงานในแปลงเพาะปลูก โดยการพัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุขอาชีวอนามัย ที่เชี่ยวชาญด้านการลดความเสี่ยงในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพื่อออกดำเนินงานด้านการลดความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ให้กับเกษตรกรที่อยู่ในชุมชน และการส่งเสริมให้เกษตรกรสวมใส่ชุดป้องกันตนเองที่ครบถ้วน และมีประสิทธิภาพในการป้องกันการดูดซึมของสารพิษเข้าสู่ร่างกาย ผลการศึกษาสภาวะสุขภาพของเกษตรกร ผลการประเมินความเสี่ยงหลังการพัฒนาพบว่าเกษตรกรมีความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชลดลง คือ ความเสี่ยงในระดับปานกลาง รองลงมาคือ เสี่ยงต่ำ และเสี่ยงค่อนข้างสูง คิดเป็นร้อยละ 30.3, 20.0 และ 10.3 ตามลำดับ