กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบของการนำกระบวนการมีส่วนร่วมในการป้องกันปัญหาอาชีวอนามัยในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพตีเหล็กในพื้นที่บ้านหัวคำ ตำบลไหล่ทุ่ง อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี เก็บข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาผลการศึกษาพบว่ากลุ่มอาชีพตีเหล็ก มีระยะเวลาการทำงานเฉลี่ย 20 ปี จำนวนชั่วโมงการทำงานเฉลี่ย 8 ชั่วโมงต่อวัน หน้าที่ในการตีเหล็กส่วนใหญ่ทำหลายหน้าที่ โรคประจำตัวที่พบคือ โรคกระเพาะอาหาร (5%) โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง (4%) การประสบอุบัติเหตุส่วนใหญ่ประสบอุบัติเหตุทางตา (49.6%) ผู้ประสบอุบัติเหตุ จะทำการเขี่ยเอาเศษเหล็กออกจากตาเอง (54.60%) และไปทำการรักษาที่โรงพยาบาลชุมชน (45.31%) ระดับความรู้การรับรู้ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคการรับรู้ถึงความรุนแรงของโรคและการรับรู้ถึงผลดีต่อการปฏิบัติตามคำแนะนำส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี(75.4,79.8,67.2 และ 79.8% ตามลำดับ) ส่วนคะแนนพฤติกรรมในการทำงานส่วนใหญ่มีคะแนนอยู่ในระดับปานกลาง(36.1%) อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่มีการสวมมากที่สุดคือสวมแว่นตากันแสงจ้าจากการตัดเหล็ก (68.1%) และอุปกรณ์ที่มีการสวมน้อยที่สุดคือ อุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากเสียงดัง (15.1%) กระบวนการวิจัยแบบมีส่วนร่วมก่อให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในชุมชนเกิดกระบวนการคิดร่วมกันของชุมชน เกิดแผนในการแก้ไขปัญหาของชุมชนและกิจกรรมรณรงค์ทำความสะอาดชุมชน การประกวดเตาตีเหล็ก ส่งผลให้ความสะอาดของเตาตีเหล็กเพิ่มขึ้นร้อยละ 88.23 สภาพความปลอดภัยในการทำงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 56.25 ฉะนั้นการใช้กระบวนการวิจัยแบบมีส่วนถือเป็นกระบวนการที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาของชุมชนในทุกๆด้าน และควรส่งเสริมให้ทุกๆคนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ