การศึกษามลพิษทางเสียงภายในตู้อบเด็ก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาถึงมลพิษทางเสียงที่เกิดจากตู้อบเด็กที่มีอายุการ ใช้งานเกิน ๕ปี ที่มีใช้ในโรงพยาบาลในเขตรับผิดชอบ ของสำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพเขต๕ ราชบุรี โดยประเภทของการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงสำรวจ เนื่องจากกิจกรรมสอบเทียบเครื่องมือทาง การแพทย์ของสำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพเขต ๕ ราชบุรี ได้ทำการสอบเทียบตู้อบเด็กให้กับ โรงพยาบาลในเขตรับผิดชอบ แล้วตรวจพบว่าส่วนใหญ่มีเสียงดังเกิดจากการทำงานของต้อบเด็ก และสภาพปัญหาในปัจจุบันโรงพยาบาลมีการบริหารจัดการในการบำรุงรักษาตู้อบเด็กตามระยะการ ใช้งานไม่เพียงพอ ประกอบกับการใช้งานต้อบเด็กเพื่อทำการรักษาเด็กทารกภาวะวิกฤตคลอดก่อน กำหนดหรือน้ำหนักตัวน้อยต้องใช้เวลาในการรักษากันแบบต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน ทำให้ไม่ สามารถดูแลบำรุงรักษาต้อบเด็กได้สะดวก ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาอุปกรณ์ของตู้อบเด็กชำรุดขณะใช้งาน เกิดเสียงดังซึ่งระดับเสียงที่ดังเกินมาตรธานเป็นมลพิษทางเสียง ก่อให้เกิดอันตรายกับอวัยวะต่างๆ ภายในหูของเด็กทารก ผลการศึกษาพบว่า แหล่งกำเนิดเสียงภายในตู้อบเด็กคือพัดลมระบายอากาศ ที่ทำให้ เกิดเสียงและเป็นมลพิษทางเสียง ปริมาณระดับเสียงที่วัดออกมาเป็นค่าเฉลี่ยภายใน ๑ ชั่วโมง เกิน ค่ามาตรูฐานเสียงของคู่มือมาตรฐานด้านการสอบเทียบเครื่องมือทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่ ระดับเสียงเกิน ๖๐ เดซิเบลเอ (dBA) จำนวน ๒ ๒ เครื่องจากยอดสำรวจทั้งหมด ๙๓ เครื่อง คิดเป็ดเป็น ร้อยละ ๒.๑๕ บทสรุป หลังจากทำการสำรสำรวจพบระดับเสียงที่ดันกินมาตรฐานเสียงจาการทำการทำมของ พัดลมระบายอากาศภายในตู้อบเด็กทำให้เกิดเป็นมลพิษทางเสียง และได้ทำการค้นหาสาเหตุที่ทำให้ เกิด พบว่าเกิดจากการใช้งานตู้อบเด็กอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลับลูกปืนหรือบู๊ทของพัดลมระบาย อากาศสึกหรอ ใบพัดลมระบายอากาศหมุนแกว่งแตกหักและใสไม่ตรงร่อง ขาดการบำรุงรักษาเปลี่ยน ตามอายุการใช้งาน และขาดเทคนิคการถอดส่วนประกอบของต้อบเด็กในเรื่องของการทำความ สะอาด