การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาสำรวจภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะประเมินการรับสัมผัสสารมลพิษทางอากาศในกลุ่มผู้สูงอายุติดเตียง จังหวัดปทุมธานี เพื่อหาแนวทางในการจัดการคุณภาพอากาศภายในอาคารผลจากการตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในอาคาร (PM2.5 TVOCs และ CO2) และประเมินค่าการรับสัมผัสของสารมลพิษพบว่ามีค่าความเข้มข้นของมลพิษทางอากาศที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับค่าเกณฑ์มาตรฐานของ The Common Air Quality Index (CAQI) และ The German Federal Environmental Agency ดังนั้นควรมีการติดตั้งระบบการระบายอากาศเพิ่มเติมเพื่อลดความเสี่ยงการรับสัมผัสสารมลพิษดังกล่าวที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เมื่อพิจารณาในด้านการระบายอากาศผ่านแบบจำลองลักษณะบ้านของผู้สูงอายุติดเตียง พบว่ามีค่าการระบายอากาศที่เพียงพอ อีกทั้งเมื่อพิจารณาในส่วนของที่พักอาศัยพบว่าประตูและหน้าต่างของบ้านผู้สูงอายุติดเตียงส่วนมากไม่ได้เปิดอีกทั้งยังมีตู้หรือของใช้ต่าง ๆ ขัดขวางช่องทางการระบายอากาศ อีกทั้งยังพบว่ามีการเก็บพวกสารเคมีทางการเกษตรและพวกน้ำมันเครื่องต่างๆอยู่ภายในที่พักอาศัย ด้วยเหตุผลดังกล่าวผู้วิจัยจึงเห็นว่าควรปรับในส่วนของสุขาภิบาลที่พักอาศัยเพิ่ม เพื่อจะได้ช่วยให้ช่องทางการระบายอากาศที่มีอยู่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกทั้งควรมีการประเมินการรับสัมผัสสารมลพิษในกลุ่มดังกล่าวซ้ำเพื่อเฝ้าระวังและลดผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดขึ้นจาการสัมผัสสารมลพิษในกลุ่มดังกล่าวในระยะสั้นและระยะยาว
คำสำคัญ
Air pollutionHealth risk assessmentมลพิษทางอากาศIndoor air qualityการประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพคุณภาพอากาศภายในอาคาร