Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2551

ภูมิปัญญาอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับแม่ระหว่างให้นมบุตร

ทัศนีย์ ลิ้มสุวรรณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2551

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยภูมิปัญญาอาหารสำหรับหญิงให้นมบุตรมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาภูมิปัญญาไทยที่เกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับหญิงในระหว่างให้นมบุตรเพื่อนำมาพัฒนาตำรับอาหารสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ประสบความสำเร็จและเป็นไปตามแนวคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างที่เจาะจงเลือกผู้ที่น่าจะมีความรู้ในเรื่องของภูมิปัญญาด้วยการแนะนำของคนในท้องถิ่นจำนวน 56 คนในจังหวัดเชียงใหม่ นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา และนครศรีธรรมราช ซึ่งประกอบด้วยผู้สูงอายุ ผู้นำชุมชน หมอตำแย อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน นอกจากนี้ยังได้ศึกษาพฤติกรรมการให้นมบุตรและการบริโภคอาหารของผู้ที่เป็นแม่เพื่อประกอบการจัดทำตำรับอาหาร ด้วยการสอบถามกลุ่มหญิงที่มีบุตรอายุไม่เกิน 1 ปีที่มารับบริการที่คลินิกเด็กสุขภาพดีที่โรงพยาบาลชุมชนในจังหวัดดังกล่าวจำนวน 481 คน ผลการศึกษาภูมิปัญญาอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับหญิงให้นมบุตรพบว่าอาหารที่แนะนำสำหรับหญิงให้นมบุตรมีหลากหลาย จัดเป็นกลุ่มใหญ่ๆได้ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีผลต่อการกระตุ้นการไหลของน้ำนม กลุ่มที่มีผลต่อสุขภาพทั่วไป และกลุ่มที่ไม่แนะนำให้บริโภค เนื่องจากอาจมีผลทำให้น้ำนมหยุดไหล สำหรับกลุ่มที่ช่วยกระตุ้นการไหลของน้ำนมประกอบด้วยกลุ่มย่อย 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่มีผลต่อการกระตุ้นการไหลของน้ำนม ซึ่งอาหารที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด คือ หัวปลี ซึ่งมีผลสอดคล้องในทุกจังหวัด กลุ่มที่สองคือกลุ่มอาหารที่มีรสเผ็ดร้อนที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดที่น่าส่งผลต่อการขับน้ำนมด้วยเช่นกัน ได้แก่ เครื่องเทศและผักสมุนไพรหลายชนิดซึ่งส่วนใหญ่สามารถพบได้ในอาหารไทย จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างหญิงที่มีบุตรอายุไม่เกิน 1 ปี มีช่วงอายุตั้งแต่น้อยกว่า 20 ปีถึงมากกว่า 35 ปี เกือบกึ่งหนึ่งมีอาชีพแม่บ้าน และร้อยละ 42.4 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ในจำนวนกลุ่มตัวอย่างมีเพียงร้อยละ 62.2 ที่เลี้ยงบุตรด้วยนมแม่ แม้ส่วนใหญ่ระบุว่ามีความตั้งใจเลี้ยงบุตรด้วยนมแม่ก่อนการตั้งครรภ์ และมีการให้นมบุตรทันทีหลังคลอดหรือภายใน 3 ชั่วโมงหลังคลอด ส่วนใหญ่มีความรู้การเลี้ยงบุตรด้วยนมแม่ระดับปานกลาง และมีครอบครัวสนับสนุนการเลี้ยงบุตรด้วยนมแม่ ระดับความรู้เรื่องการเลี้ยงบุตรด้วยนมแม่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) กับความถี่ในการให้นมบุตรและความสัมพันธ์กับการน้ำมากกว่า 8 แก้ว ส่วนพฤติกรรมการบริโภคอาหารไม่เน้นอาหารชนิดใดเป็นพิเศษ การพัฒนาตำรับอาหารเน้นอาหารที่สามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่น เป็นประเภทอาหารคาว 20 รายการ และเป็นเครื่องดื่ม 1 รายการ เป็นตัวอย่างอาหารที่ประกอบด้วยหัวปลี และเครื่องเทศสมุนไพรที่ให้รสเผ็ดร้อน งานวิจัยภูมิปัญญาอาหารสำหรับหญิงให้นมบุตรมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาภูมิปัญญาไทยที่เกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับหญิงในระหว่างให้นมบุตรเพื่อนำมาพัฒนาตำรับอาหารสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ประสบความสำเร็จและเป็นไปตามแนวคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างที่เจาะจงเลือกผู้ที่น่าจะมีความรู้ในเรื่องของภูมิปัญญาด้วยการแนะนำของคนในท้องถิ่นจำนวน 56 คนในจังหวัดเชียงใหม่ นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา และนครศรีธรรมราช ซึ่งประกอบด้วยผู้สูงอายุ ผู้นำชุมชน หมอตำแย อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน นอกจากนี้ยังได้ศึกษาพฤติกรรมการให้นมบุตรและการบริโภคอาหารของผู้ที่เป็นแม่เพื่อประกอบการจัดทำตำรับอาหาร ด้วยการสอบถามกลุ่มหญิงที่มีบุตรอายุไม่เกิน 1 ปีที่มารับบริการที่คลินิกเด็กสุขภาพดีที่โรงพยาบาลชุมชนในจังหวัดดังกล่าวจำนวน 481 คน ผลการศึกษาภูมิปัญญาอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับหญิงให้นมบุตรพบว่าอาหารที่แนะนำสำหรับหญิงให้นมบุตรมีหลากหลาย จัดเป็นกลุ่มใหญ่ๆได้ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีผลต่อการกระตุ้นการไหลของน้ำนม กลุ่มที่มีผลต่อสุขภาพทั่วไป และกลุ่มที่ไม่แนะนำให้บริโภค เนื่องจากอาจมีผลทำให้น้ำนมหยุดไหล สำหรับกลุ่มที่ช่วยกระตุ้นการไหลของน้ำนมประกอบด้วยกลุ่มย่อย 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่มีผลต่อการกระตุ้นการไหลของน้ำนม ซึ่งอาหารที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด คือ หัวปลี ซึ่งมีผลสอดคล้องในทุกจังหวัด กลุ่มที่สองคือกลุ่มอาหารที่มีรสเผ็ดร้อนที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดที่น่าส่งผลต่อการขับน้ำนมด้วยเช่นกัน ได้แก่ เครื่องเทศและผักสมุนไพรหลายชนิดซึ่งส่วนใหญ่สามารถพบได้ในอาหารไทย จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างหญิงที่มีบุตรอายุไม่เกิน 1 ปี มีช่วงอายุตั้งแต่น้อยกว่า 20 ปีถึงมากกว่า 35 ปี เกือบกึ่งหนึ่งมีอาชีพแม่บ้าน และร้อยละ 42.4 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ในจำนวนกลุ่มตัวอย่างมีเพียงร้อยละ 62.2 ที่เลี้ยงบุตรด้วยนมแม่ แม้ส่วนใหญ่ระบุว่ามีความตั้งใจเลี้ยงบุตรด้วยนมแม่ก่อนการตั้งครรภ์ และมีการให้นมบุตรทันทีหลังคลอดหรือภายใน 3 ชั่วโมงหลังคลอด ส่วนใหญ่มีความรู้การเลี้ยงบุตรด้วยนมแม่ระดับปานกลาง และมีครอบครัวสนับสนุนการเลี้ยงบุตรด้วยนมแม่ ระดับความรู้เรื่องการเลี้ยงบุตรด้วยนมแม่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) กับความถี่ในการให้นมบุตรและความสัมพันธ์กับการน้ำมากกว่า 8 แก้ว ส่วนพฤติกรรมการบริโภคอาหารไม่เน้นอาหารชนิดใดเป็นพิเศษ การพัฒนาตำรับอาหารเน้นอาหารที่สามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่น เป็นประเภทอาหารคาว 20 รายการ และเป็นเครื่องดื่ม 1 รายการ เป็นตัวอย่างอาหารที่ประกอบด้วยหัวปลี และเครื่องเทศสมุนไพรที่ให้รสเผ็ดร้อน

คำสำคัญ

คุณค่าทางโภูมิปัญญาด้านอาหารเพื่อสุขภาพ

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาและยกระดับภูมิปัญญาด้านหัตถกรรมและตำรับอาหารพื้นบ้านของผู้สูงอายุตำบลหัวง้ม อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

วาสนา เสภา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พ.ศ. 2560

น้ำปู: การจัดการความรู้ภูมิปัญญาล้านนาด้านอาหารเพื่อสุขภาพ ชุมชนเทศบาลตำบลสันโป่ง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ยุรธร จีนา มหาวิทยาลัยเทคโนดลยีราชมงคลล้านนา พ.ศ. 2560

การศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นในการดูแลมารดาและทารก โดยใช้ห้องเรียนชุมชน และการเรียนรู้โดยใช้วิจัยเป็นฐาน

เพชรา ทองเผ้า วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี พ.ศ. 2559

วิจัยประเมินแบบเสริมพลัง: โครงการอาหารของแม่เพื่อส่งเสริมโภชนาการของครอบครัวและชุมชน จังหวัดสงขลา

มาริสา สุวรรณราช พ.ศ. 2563

การพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นอาหารพื้นบ้านเป็นผลิตภัณฑ์สู่วิสาหกิจชุมชน

ประมุข ศรีชัยวงษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ พ.ศ. 2561

ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารพื้นบ้านเพื่อสุขภาพในการดูแลตนเองของประชาชนในเขตตำบลหนองแก้ว อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ

ศิวิไล โพธิ์ชัย มหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา พ.ศ. 2562

การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างภาวะโภชนาการผู้สูงอายุด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้านล้านนาด้านอาหารพื้นบ้าน

มุจลินท์ แปงศิริ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2559

ถั่วเน่า : การจัดการความรู้ภูมิปัญญาล้านนาด้านอาหารเพื่อสุขภาพ ชุมชนเทศบาลตำบลสันโป่ง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ยุรธร จีนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พ.ศ. 2560

การพัฒนาบทเรียนวิทยาศาสตร์ท้องถิ่น เรื่อง ภูมิปัญญาล้านนาด้านอาหารพื้นบ้านกับการเสริมสร้างสุขภาพผู้สูงอายุ

สามารถ ใจเตี้ย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2559

ภูมิปัญญาอาหารเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุในหมู่บ้านวัฒนธรรมนาอ้อ ตำบลนาอ้อ จังหวัดเลย

สุพรรณี พฤกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พ.ศ. 2555