Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

ภูมิศาสตร์ภาษาไทขึนในจังหวัดเชียงใหม่: ความรู้พื้นฐานเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์

ฑัตจยศพล ธนธุวานันท์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์การแปรตามภูมิภาคของวรรณยุกต์ภาษาไทขึนในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 15 ถิ่น รวมทั้งวิเคราะห์เปรียบเทียบและจัดกลุ่มระบบวรรณยุกต์ภาษาไทขึนเมืองเชียงตุง ในประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ และภาษาไทขึนจังหวัดเชียงใหม่ในประเทศไทย ตลอดจนจัดทำแผนที่ภูมิศาสตร์วรรณยุกต์ภาษาไทขึน ผลการวิจัยพบว่า ระบบวรรณยุกต์ภาษาไทขึนในจังหวัดเชียงใหม่มีการแปรไปตามภูมิภาคออกเป็น 3 รูปแบบ คือ ระบบวรรณยุกต์หลักจำนวน 6 หน่วยเสียง (B123-4) และระบบวรรณยุกต์ย่อยแบบที่ 1 และแบบที่ 2 จำนวน 5 หน่วยเสียง (B-merge) ลักษณะเด่นที่ทำให้เกิดการแปรของระบบวรรณยุกต์คือการรวมเสียงของวรรณยุกต์ B และ B=DL ในระบบวรรณยุกต์ย่อยแบบที่ 1 และการรวมเสียงของวรรณยุกต์ C123 =DL4 ในระบบวรรณยุกต์หลักและระบบวรรณยุกต์ย่อยแบบที่ 2 การแปรของสัทลักษณะหลักของวรรณยุกต์ภาษาไทขึนตามถิ่นพบในวรรณยุกต์ที่ 1 (A12) วรรณยุกต์ที่ 3 (B1234) และวรรณยุกต์ที่ 5 (C123/DL4) ส่วนการแปรของสัทลักษณะย่อยของวรรณยุกต์พบในวรรณยุกต์ทุกเสียง การแปรตามภูมิภาคของวรรณยุกต์ภาษาไทขึนจังหวัดเชียงใหม่มีลักษณะเป็นไปในทิศทางเดียวกันคือเกิดจากการสัมผัสภาษาซึ่งจัดเป็นปัจจัยภายนอกภาษา และมีแนวโน้มว่าภาษาที่มีผู้พูดจำนวนมากกว่า ดังเช่นภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาไทยถิ่นเชียงใหม่ และภาษาไทยใหญ่เมืองเชียงตุงจะมีอิทธิพลต่อภาษาไทขึนในถิ่นต่าง ๆ ที่มีผู้พูดจำนวนน้อยกว่า ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบและจัดกลุ่มระบบวรรณยุกต์ภาษาไทขึนเมืองเชียงตุงในประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์และภาษาไทขึนจังหวัดเชียงใหม่ในประเทศไทย พบระบบวรรณยุกต์ภาษาไทขึนจำนวน 8 ระบบวรรณยุกต์ ซึ่งสามารถจัดกลุ่มโดยใช้เกณฑ์การแยกเสียงรวมเสียงระหว่างวรรณยุกต์ B กับ DL ออกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 BDL123-4 กลุ่มที่ 2 BDL1234 และกลุ่มที่ 3 B1234, DL123-4 และใช้เกณฑ์จำนวนหน่วยเสียงวรรณยุกต์ออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ ระบบวรรณยุกต์ 5 หน่วยเสียง และระบบวรรณยุกต์ 6 หน่วยเสียง รวมทั้งนำเสนอผลการจัดกลุ่มระบบวรรณยุกต์ภาษาไทขึนในรูปแผนที่ภาษาศาสตร์

คำสำคัญ

Tai KhunTonal Geographyภูมิศาสตร์วรรณยุกต์Tonal variation and changeการแปรและการเปลี่ยนแปลงของเสียงวรรณยุกต์ภาษาไทขึน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การวิจัยและพัฒนาชุมชนไทลื้อ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

วิไลลักษณ์ กิติบุตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2551

ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อการท่องเที่ยว ในพื้นที่เทศบาลเมืองเมืองแกนพัฒนา อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

รสลิน เพตะกร มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2562

การพัฒนาคู่มือมัคคุเทศก์ท้องถิ่นเพื่อเสริมสร้างการท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงรายโดยใช้องค์ความรู้ทางภาษา วัฒนธรรม และภูมิปัญญา

ปิยมาศ มาวงศ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พ.ศ. 2562

กระแสวัฒนธรรมจีนบาบ๋าในบริบทการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม: ศึกษาเฉพาะกรณี ถนนถลาง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

อรพรรณ ฐานะศิริพงศ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2557

การสำรวจศักยภาพและพัฒนาฐานข้อมูลระบบภูมิสารสนเทศเมืองโบราณในแอ่งเชียงใหม่-ลำพูน เพื่อเป็นแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน

ลักษณา สัมมานิธิ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2564

ระบบฐานข้อมูลวัฒนธรรมท้องถิ่น สำหรับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่

ชัยทัศน์ เกียรติยากุล มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2563

การจำแนกเขตการท่องเที่ยวในชุมชนบ้านร่องปอ ตำบลดงเจน อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา

สุดารัตน์ อาจหาญ มหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. 2562

การศึกษาการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของพื้นที่สะลวง อำเภอแม่แตงและแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ทัตพร คุณประดิษฐ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2552

การพัฒนาฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวชุมชนชาติพันธุ์ ในเขตพื้นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย

ณรงค์ศักดิ์ ศรีสม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พ.ศ. 2560

อัตลักษณ์ชนชาติไทใหญ่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

สัญญา สะสอง มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2563