กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์การแปรตามภูมิภาคของวรรณยุกต์ภาษาไทขึนในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 15 ถิ่น รวมทั้งวิเคราะห์เปรียบเทียบและจัดกลุ่มระบบวรรณยุกต์ภาษาไทขึนเมืองเชียงตุง ในประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ และภาษาไทขึนจังหวัดเชียงใหม่ในประเทศไทย ตลอดจนจัดทำแผนที่ภูมิศาสตร์วรรณยุกต์ภาษาไทขึน ผลการวิจัยพบว่า ระบบวรรณยุกต์ภาษาไทขึนในจังหวัดเชียงใหม่มีการแปรไปตามภูมิภาคออกเป็น 3 รูปแบบ คือ ระบบวรรณยุกต์หลักจำนวน 6 หน่วยเสียง (B123-4) และระบบวรรณยุกต์ย่อยแบบที่ 1 และแบบที่ 2 จำนวน 5 หน่วยเสียง (B-merge) ลักษณะเด่นที่ทำให้เกิดการแปรของระบบวรรณยุกต์คือการรวมเสียงของวรรณยุกต์ B และ B=DL ในระบบวรรณยุกต์ย่อยแบบที่ 1 และการรวมเสียงของวรรณยุกต์ C123 =DL4 ในระบบวรรณยุกต์หลักและระบบวรรณยุกต์ย่อยแบบที่ 2 การแปรของสัทลักษณะหลักของวรรณยุกต์ภาษาไทขึนตามถิ่นพบในวรรณยุกต์ที่ 1 (A12) วรรณยุกต์ที่ 3 (B1234) และวรรณยุกต์ที่ 5 (C123/DL4) ส่วนการแปรของสัทลักษณะย่อยของวรรณยุกต์พบในวรรณยุกต์ทุกเสียง การแปรตามภูมิภาคของวรรณยุกต์ภาษาไทขึนจังหวัดเชียงใหม่มีลักษณะเป็นไปในทิศทางเดียวกันคือเกิดจากการสัมผัสภาษาซึ่งจัดเป็นปัจจัยภายนอกภาษา และมีแนวโน้มว่าภาษาที่มีผู้พูดจำนวนมากกว่า ดังเช่นภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาไทยถิ่นเชียงใหม่ และภาษาไทยใหญ่เมืองเชียงตุงจะมีอิทธิพลต่อภาษาไทขึนในถิ่นต่าง ๆ ที่มีผู้พูดจำนวนน้อยกว่า ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบและจัดกลุ่มระบบวรรณยุกต์ภาษาไทขึนเมืองเชียงตุงในประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์และภาษาไทขึนจังหวัดเชียงใหม่ในประเทศไทย พบระบบวรรณยุกต์ภาษาไทขึนจำนวน 8 ระบบวรรณยุกต์ ซึ่งสามารถจัดกลุ่มโดยใช้เกณฑ์การแยกเสียงรวมเสียงระหว่างวรรณยุกต์ B กับ DL ออกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 BDL123-4 กลุ่มที่ 2 BDL1234 และกลุ่มที่ 3 B1234, DL123-4 และใช้เกณฑ์จำนวนหน่วยเสียงวรรณยุกต์ออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ ระบบวรรณยุกต์ 5 หน่วยเสียง และระบบวรรณยุกต์ 6 หน่วยเสียง รวมทั้งนำเสนอผลการจัดกลุ่มระบบวรรณยุกต์ภาษาไทขึนในรูปแผนที่ภาษาศาสตร์
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
ชุมชนเป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิงชาติพันธุ์ เป็นศูนย์การเรียนรู้ภาษาไทยขึน เป็น พิพิธภัณฑ์มีชีวิต
ศึกษาการกระจายของวรรณยุกต์ภาษาไทยขึนในจังหวัดเชียงใหม่
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. initial testing of proposed solution(s) together with relevant stakeholders
ชุมชนภาษามีการกำหนดปัญหาตระหนักถึงสถานการณ์การใช้ภาษาที่แปรและเปลี่ยนแปลงไป มีทัศนคติต่อการใช้ภาษาไทยขึนของรุ่นลูกหลานว่าอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้าอาจไม่มีภาษาไทยขึนแล้ว จึงมีการคิดแก้ปัญหาที่คนในชุมชนต้องอนุรักษ์อัตลักษณ์ภาษาและวัฒนธรรมของตน บางชุมชนภาษาเริ่มก่อตั้งพิพิธภัณฑ์เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ เป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชน เริ่มคงสถาปัตยกรรมบ้านเรือนแบบไทยขึนดั้งเดิม และคาดการณ์ว่าจะเปิดให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์เพื่อเป็นการรักษาอัตลักษณ์ไว้ได้ทางหนึ่ง ตลอดจนให้ลูกหลานได้ภูมิใจและเห็นคุณค่าของภาษาแม่ของตน
-