กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการแปรรูปดอกกาแฟให้เป็นชาโดยใช้วิธีการที่ไม่ยุ่งยาก 2) เพื่อศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและปริมาณฟีนอลิกของสารสกัดจากดอกกาแฟ 3) เพื่อศึกษาความยอมรับในกลิ่นรสของชาจากดอกกาแฟที่พัฒนาขึ้น 4) เพื่อศึกษาปริมาณคาเฟอีนในชาจากดอกกาแฟ ผลการศึกษาการแปรรูป 4 แบบ คือ A:การผึ่งลมในที่ร่มเป็นเวลา 3 วัน B:การตากแดดเป็นเวลา 3 วัน C:การอบที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 1 ชั่วโมง และ D:การอบที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 3 ชั่วโมง พบว่าการแปรรูปแบบ A จะทำให้สีของดอกกาแฟเป็นสีน้ำตาลเล็กน้อย ในขณะที่การใช้ความร้อนจะทำให้ดอกกาแฟกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม เมื่อศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระพบว่าฤทธิ์ต้านอุมูลอิสระของชาดอกกาแฟ พบว่าแบบ A จะให้ค่าต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดคือ 16.37% เมื่อเทียบกับสารละลาย Torlox และเมื่อศึกษาปริมาณของฟีนอลิกรวมโดยใช้แกลลิกเป็นมาตรฐาน พบว่าในสารสกัดจากชาจากดอกกาแฟที่แปรรูปแบบ A จะให้ค่าสมมูลแกลลิกเท่ากับ 35.58?g/mL ซี่งสูงที่สุด และไม่พบคาเฟอีนในชาดอกกาแฟตัวอย่างทุกรูปแบบของการแปรรูป นอกจากนี้เมื่อนำมาทดสอบความยอมรับในกลิ่นและรสของชาที่แปรรูปได้ พบว่าชาดอกกาแฟที่แปรรูปแบบ A จะได้รับการยอมรับมากที่สุดด้วยคะแนน 20.6 ? 0.33 คะแนน
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. Final development version of the deliverable demonstrated in operational
ทราบคุณสมบัติที่ดีของชาจากดอกกาแฟ สามารถถ่ายทอดให้กับชุมชนเพื่อเป็นแนวทางนำไปสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆได้
มีผลการศึกษาในเบื้องต้นแล้วเกี่ยวกับคุณสมบัติที่ดีของคาเฟอีน กรดฟีนอลิก และข้อดีต่างๆของกาแฟ ยังขาดการศึกษาในดอกกาแฟที่อาจพบสารสำคัญบางชนิด
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. problem validated through pilot testing in relevant environment to substantiate proposed impact and societal readiness
ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีการศึกษาคุณสมบัติที่ดีต่อสุขภาพ และมีรสชาติที่ดีสามารถจำหน่ายเพิ่มรายได้และเป็นทางเลือกของผู้บริโภค
ชุมชนมีการทำเกษตรชุมชนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟทั้งแปรรูปเองและส่งแปรรูปอยู่แล้ว