การศึกษาแนวทางในการพัฒนาชาจากดอกกาแฟเพื่อใช้เป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการแปรรูปดอกกาแฟให้เป็นชาโดยใช้วิธีการที่ไม่ยุ่งยาก 2) เพื่อศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและปริมาณฟีนอลิกของสารสกัดจากดอกกาแฟ 3) เพื่อศึกษาความยอมรับในกลิ่นรสของชาจากดอกกาแฟที่พัฒนาขึ้น 4) เพื่อศึกษาปริมาณคาเฟอีนในชาจากดอกกาแฟ ผลการศึกษาการแปรรูป 4 แบบ คือ A:การผึ่งลมในที่ร่มเป็นเวลา 3 วัน B:การตากแดดเป็นเวลา 3 วัน C:การอบที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 1 ชั่วโมง และ D:การอบที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 3 ชั่วโมง พบว่าการแปรรูปแบบ A จะทำให้สีของดอกกาแฟเป็นสีน้ำตาลเล็กน้อย ในขณะที่การใช้ความร้อนจะทำให้ดอกกาแฟกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม เมื่อศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระพบว่าฤทธิ์ต้านอุมูลอิสระของชาดอกกาแฟ พบว่าแบบ A จะให้ค่าต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดคือ 16.37% เมื่อเทียบกับสารละลาย Torlox และเมื่อศึกษาปริมาณของฟีนอลิกรวมโดยใช้แกลลิกเป็นมาตรฐาน พบว่าในสารสกัดจากชาจากดอกกาแฟที่แปรรูปแบบ A จะให้ค่าสมมูลแกลลิกเท่ากับ 35.58?g/mL ซี่งสูงที่สุด และไม่พบคาเฟอีนในชาดอกกาแฟตัวอย่างทุกรูปแบบของการแปรรูป นอกจากนี้เมื่อนำมาทดสอบความยอมรับในกลิ่นและรสของชาที่แปรรูปได้ พบว่าชาดอกกาแฟที่แปรรูปแบบ A จะได้รับการยอมรับมากที่สุดด้วยคะแนน 20.6 ? 0.33 คะแนน