การพัฒนากลไกในการป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์อย่างยั่งยืน : กรณีศึกษากองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 8
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์และสภาพปัญหาของอาชญากรรมไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและพื้นที่ความรับผิดชอบกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ศึกษาและวิเคราะห์กฎหมาย มาตรการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ของประเทศไทยและต่างประเทศ ศึกษาและวิเคราะห์กฎหมาย มาตรการในการป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์พื้นที่ความรับผิดชอบกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 และเพื่อพัฒนามาตรการที่เหมาะสมในการป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์พื้นที่ความรับผิดชอบกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการศึกษาเอกสารประกอบกับการสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลคนสำคัญ จำนวน 11 คน โดยเครื่องมือในการวิจัยคือ แบบสัมภาษณ์เชิงลึกและวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) สถานการณ์และสภาพปัญหาของอาชญากรรมไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและพื้นที่ความรับผิดชอบกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 มีอาชญากรรมไซเบอร์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและมีจำนวนมากขึ้นคือ Fraud (การฉ้อฉล ฉ้อโกงหรือหลอกลวงเพื่อผลประโยชน์) รวมถึง Intrusion Attempts (ความพยายามจะบุกรุกเข้าระบบ) Intrusions (การบุกรุกหรือเจาะระบบได้สำเร็จ) Malicious Code (โปรแกรมไม่พึงประสงค์) และจากการศึกษาคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่มีลักษณะหรือรูปแบบของอาชญากรรมไซเบอร์หรืออาชญากรรมคอมพิวเตอร์คือ ก่อคดีขโมยข้อมูลลูกค้าของสถาบันการเงิน โรแมนซ์สแกมโดยร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายผ่าน Facebook และหลอกให้โอนเงิน การฉ้อโกง การหลอกผู้เสียหายให้โอนเงินซื้อสินค้าและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 2) กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีและการป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ของประเทศไทยและกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ส่วนใหญ่จะใช้มาตรการทางกฎหมายคือพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ.2562 พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544 ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญาซึ่งจากการศึกษาพบว่ากฎหมายและพระราชบัญญัติที่ใช้ในการป้องกันปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ยังมีปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ้นได้แก่ การบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ไม่เข้มงวด ตัวบทกฎหมายไม่สามารถพัฒนาได้ทันตามรูปแบบของอาชญากรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดและ 3) การพัฒนามาตรการที่เหมาะสมในการป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์พื้นที่ความรับผิดชอบกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ควรมีการพัฒนา 5 ด้านได้แก่ด้านบุคลากร อุปกรณ์/เครื่องไม้เครื่องมือให้มีความทันสมัย การบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ความรู้ความเข้าใจในการบังคับใช้กฎหมายอย่างรวดเร็ว จริงจังและแน่นอนเพื่อที่จะทำให้สังคมสงบสุข