การผลิตและพัฒนาโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่จำเพาะต่อมะเร็งท่อน้ำดีเพื่อการวินิจฉัยและรักษา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ตัวบ่งชี้ที่จำเพาะและสามารถบ่งชี้ภาวะมะเร็งระยะต้นได้เป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมการรักษามะเร็ง การศึกษานี้ ได้ผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดี-S27 ซึ่งจำเพาะต่อส่วนประกอบของ Lewis-a (Lea) ที่ต่อกับมิวซิน MUC5AC ในซีรัม โดยให้ชื่อองค์ประกอบคาร์โบไฮเดรตชนิดใหม่นี้ว่า carbohydrate antigen-S27 หรือ CA-S27 และได้พัฒนาระบบการตรวจวัดปริมาณ CA-S27 ในซีรัมโดยใช้ SBA-S27 mAb sandwich ELISA พบว่าผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีมีระดับ CA-S27 ในซีรัมสูงและสามารถใช้แยกกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีออกจากผู้ป่วยมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร มะเร็งตับ ผู้ป่วยที่มีพยาธิสภาพของระบบท่อน้ำดีและตับ รวมทั้งคนปกติ โดยให้ค่าความไว 87.5% และค่าทำนายผลลบสูง 90.4% CA-S27 ที่พบในซีรัมมีต้นกำเนิดจากเนื้อเยื่อมะเร็ง พบว่าระดับ CA-S27 ในซีรัมลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังผ่าตัดก้อนมะเร็งออก และสามารถใช้เป็นตัวพยากรณ์ภาวะโรคได้ โดยพบว่าผู้ป่วยที่มีระดับ CA-S27 ในซีรัมสูงจะมีระยะรอดชีพต่ำกว่าผู้ป่วยที่มีระดับ CA-S27 ในซีรัมต่ำโดยไม่สัมพันธ์กับระดับซีรัม MUC5AC ของผู้ป่วย นอกจากนี้ยังพบว่าการลดปริมาณเอนไซม์ Fucosyltransferase-III (FUT3) ซึ่งเป็นเอนไซม์หลักที่ควบคุมปริมาณ CA-S27 โดยใช้ siRNA หรือใช้โมโนโคลนอลแอนติบอดี-S27 ลบล้างการแสดงออกของ CA-S27 สามารถยับยั้งการเจริญเติบโต การยึดเกาะ การเคลื่อนที่และการแพร่ลุกลามของเซลล์เพาะเลี้ยงมะเร็งท่อน้ำดีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งนี้การทดสอบดังกล่าวไม่มีผลต่อเซลล์เพาะเลี้ยงมะเร็งท่อน้ำดีที่มีระดับการแสดงออกของ FUT3 ต่ำ โดยสรุป การศึกษานี้เป็นการศึกษาแรกที่รายงานเกี่ยวกับ CA-S27 และศักยภาพของการใช้ซีรัม CA-S27 เป็นตัวตรวจวินิจฉัยและพยากรณ์โรคของมะเร็งท่อน้ำดี รวมทั้งบทบาทของ CA-S27 ต่อการเจริญเติบโต การยึดเกาะ การเคลื่อนที่และการแพร่ลุกลามของเซลล์เพาะเลี้ยงมะเร็งท่อน้ำดี