การศึกษาหาแถบดีเอ็นเอที่สัมพันธ์ต่อลักษณะความต้านทานโรคเหี่ยวจากเชื้อ Ralstonia ในปทุมมา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ความสามารถในการต้านทานโรคเหี่ยวในปทุมมาสายพันธุ์การค้า จากการศึกษาพบเชื้อ 1 ไอโซเลทที่ทาให้พืชทดสอบแสดงอาการของโรค คือ ไอโซเลท Si16, biovar 4, phylotype I, sequevar 30 ที่แยกจากปทุมมา โดยสายพันธุ์ที่ทนทาน แสดงอาการของโรค 1-40 เปอร์เซ็นต์ ได้แก่ พันธุ์ชมพูเส้น, ชมพูมะลิ, และลัดดาวัลย์ พันธุ์ที่ต้านทานไม่แสดงอาการของโรค ได้แก่ พันธุ์แม่โจ้อิมเพลส02 การศึกษาความแตกต่างของแถบ DNA พบว่า ไพรเมอร์ 090 (RAPD), 847 (ISSR) และ 836 (ISSR) ปรากฏแถบดีเอ็นเอที่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างกลุ่มที่มีลักษณะต้านทานและอ่อนแอ่ต่อโรคเหี่ยวที่เกิดจากเชื้อ R. solanacearum โดยแถบดีเอ็นที่ปรากฏจากการเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมด้วยไพรเมอร์ 090 (RAPD) มีขนาดประมาณ 1,350 bp ปรากฏในสายพันธุ์การค้า กลุ่มที่มีลักษณะต้านทานต่อโรค 5 สายพันธุ์ ได้แก่ ลัดดาวัลย์, ชมพูเส้น, ชมพูมะลิ, แม่โจ้อิมเพลส02, และชาโดว์ แต่ไม่ปรากฏในปทุมมากลุ่มที่อ่อนแอต่อโรค แถบดีเอ็นที่ได้จากไพรเมอร์ 847 (ISSR) ปรากฏแถบดีเอ็นเอขนาดประมาณ 500 bp ในปทุมมากลุ่มที่มีลักษณะต้านทานต่อโรคเหี่ยวที่เกิดจากแถบคทีเรีย R. solanacearum เพียง 4 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ชมพูเส้น ชมพูมะลิ แม่โจ้อิมเพลส02 และชาโดว์ แต่ไม่ปรากฏแถบดีเอ็นเอบนตาแหน่งเดียวกันในสายพันธุ์ลัดดาวัลย์ที่มีความต้านทานในระดับเดียวกัน การใช้เครื่องหมาย SSR ทาให้พบแถบดีเอ็นเอที่จาเพาะต่อพันธุ์แม่โจ้อิมเพลส02 ที่ต้านทานต่อโรคเหี่ยว พบแถบดีเอ็นเอที่จาเพาะต่อพันธุ์ที่ทนทานต่อโรคสูง ได้แก่ พันธุ์ลัดดาวัลย์ ซึ่งสามารถนาแถบดีเอ็นเอที่พบนี้ไประบุพันธุ์และแยกลูกผสมจากการผสมระหว่างพันธุ์ที่ศึกษาในงานวิจัยขั้นต่อไปได้