การพัฒนาเครื่องหมายโมเลกุลบ่งชี้ลักษณะต้านทานโรคราแป้ง และการรวมยีนต้านทานในถั่วเขียว
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยการพัฒนาเครื่องหมายโมเลกุลบ่งชี้ลักษณะต้านทานโรคราแป้งและการรวมยีนต้านทานในถั่วเขียวนี้ ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก คือ (1) การประเมินโรคราแป้งในถั่วเขียวคู่ผสม CN72 ? V4718 (2) การพัฒนาเครื่องหมายโมเลกุล inter-simple sequence repeat (ISSR) และ ISSR-resistance gene analog (RGA) ที่บ่งชี้ลักษณะต้านทานโรคราแป้งในถั่วเขียว (3) การคัดเลือกสายพันธุ์ถั่วเขียวที่มีศักยภาพในการต้านทานโรคและให้ผลผลิตสูงจากประชากร recombinant inbred lines; RILs และ (4) การปรับปรุง สายพันธุ์ต้านทานโรคราแป้งโดยวิธีการรวมยีนต้านทานหลายยีนไว้ในสายพันธุ์เดียวกัน ซึ่งในส่วนที่ 1 พบว่ายีนที่ถ่ายทอดลักษณะต้านทานโรคราแป้งในถั่วเขียวคู่ผสม CN72 ? V4718 ถูกควบคุมด้วยยีนเด่น 1 คู่ (single major gene) ส่วนที่ 2 การทดสอบด้วยวิธี bulk segregant analysis (BSA) โดยใช้ไพรเมอร์ ISSR จำนวน 75 ไพรเมอร์ และ ISSR-RGA จำนวน 122 คู่ไพรเมอร์ เพื่อหาความสัมพันธ์กับลักษณะต้านทานโรครา-แป้งในถั่วเขียวคู่ผสม CN72 x V4718 พบว่าได้เครื่องหมาย จำนวน 25 และ 29 เครื่องหมาย ตามลำดับ ซึ่งน่าจะเชื่อมโยงกับยีนควบคุมลักษณะต้านทานโรคราแป้ง และเมื่อนำไปประเมินประชากรลูกผสมรายต้น จำนวน 100 ต้น ได้ 8 เครื่องหมาย (I13306, I16274, I84267, I84416, I85420, I42PL222, I42PL229 และ I88R656) ที่มีความสัมพันธ์กับความต้านทานโรคราแป้งอย่างมีนัยสำคัญ โดยเครื่องหมาย I42PL229 และ I85420 มีตำแหน่งอยู่ 2 ด้านของยีนควบคุมลักษณะต้านทานโรคราแป้ง (qPMC72V18-1) และอยู่ใกล้มากที่สุด 4 และ 9 cM ตามลำดับ ซึ่งหากใช้ทั้งสองเครื่องหมายในการคัดเลือกจะให้ค่า recombination เพียง 0.72% ส่วนการประเมินความเหมาะสมในการใช้ไพรเมอร์ RGA ร่วมกับ ISSR เพื่อพัฒนาเป็นเครื่องหมายชนิดใหม่ พบว่าเครื่องหมาย ISSR-RGA จำนวน 27 เครื่องหมายเป็นเครื่องหมายใหม่ คิดเป็น 93.1% จากทั้งหมด 29 เครื่องหมาย ส่วนที่ 3 การคัดเลือกสายพันธุ์ถั่วเขียวที่มีศักยภาพในการต้านทานโรคราแป้งและให้ผลผลิตสูงจากประชากร RILs พบว่าปี พ.ศ. 2557 การระบาดของโรคราแป้งรุนแรงกว่าปี พ.ศ. 2556 ซึ่งสามารถคัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ในการรวมยีนต้านทานโรคราแป้งและให้ผลผลิตสูง จำนวน 4 สายพันธุ์ (13B, 14B, 24B และ 54C) และส่วนที่ 4 จากการประเมินลูกผสมกลับ BC2F1 จำนวน 11 ลูกผสมที่ได้จากการรวมยีนต้านทานโรคราแป้งเบื้องต้นด้วยเครื่องหมาย I84416 พบว่าลูกผสม SUT15BC2-25, SUT15BC2-31 และ SUT15BC2-34 มีแถบดีเอ็นเอขนาด 416 bp เช่นเดียวกับ V4718 จึงคัดเลือกไว้เพื่อนำไปผสมกลับต่อไป ผลการทดลองเหล่านี้แสดงว่าการพัฒนาเครื่องหมายโมเลกุลดังกล่าวนี้เป็นประโยชน์และสามารถนำไปใช้คัดเลือกลูกผสมที่มีความต้านทานโรคราแป้งในถั่วเขียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ