การยืนยันประสิทธิภาพการใช้เครื่องหมายดีเอ็นเอช่วยคัดเลือกในการพัฒนาข้าวเหนียวหอมต้านทานโรคไหม้และทนน้ำท่วมฉับพลัน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิภาพการใช้เครื่องหมายดีเอ็นเอช่วยคัดเลือกสายพันธุ์ข้าวเหนียวหอมปรับปรุง BC1F5 ที่มี qBl1 และ qBl11 ควบคุมลักษณะต้านทานโรคไหม้ และยีน Sub1 ควบคุมลักษณะทนน้ำท่วมฉับพลัน จำนวน 21 สายพันธุ์ การประเมินความสามารถในการต้านทานโรคไหม้ในระยะกล้าโดยใช้เชื้อสาเหตุโรคไหม้ด้วยเชื้อผสม 6 กลุ่ม (mixed isolates) พบว่า สายพันธุ์ข้าวเหนียวหอมปรับปรุง BC1F5 ทั้ง 21 สายพันธุ์ มีความสามารถต้านทานโรคไหม้ได้ดี (R) ต่อเชื้อสาเหตุโรคไหม้ จำนวน 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1, 2, 3, 4 และ 6 และต้านทานต่อเชื้อสาเหตุโรคไหม้ได้ในระดับปานกลาง (MR) ต่อเชื้อสาเหตุโรคไหม้ในกลุ่มที่ 5 เช่นเดียวกับ RD6-Blast (สายพันธุ์ให้ qBl1 และ qBl11) และ ข้าวเจ้าหอมนิล (พันธุ์ตรวจสอบต้านทานต่อโรคไหม้) ส่วน Jasmine IR57514 (สายพันธุ์รับ) สามารถต้านทานโรคไหม้ได้ดี (R) ในเชื้อสาเหตุโรคไหม้กลุ่มที่ 1, 2 และ 3 แต่แสดงความต้านทานในระดับปานกลาง (MR) ต่อเชื้อสาเหตุโรคไหม้กลุ่มที่ 4, 5 และ 6 ส่วนข้าวพันธุ์ Sariceltik (พันธุ์ตรวจสอบอ่อนแอต่อโรคไหม้) แสดงความอ่อนแอต่อเชื้อสาเหตุโรคไหม้ที่ทำการทดสอบทั้ง 6 กลุ่ม จากนั้นทำการทดสอบความสามารถในการต้านทานโรคไหม้โดยใช้เชื้อเดี่ยว (single isolate) จากกลุ่มที่ 4 จำนวน 4 ไอโซเลท ได้แก่ THL366, THL112, THL208 และ THL717 ผลการประเมินพบว่า ข้าวสายพันธุ์ปรับปรุง BC1F5 ทั้ง 21 สายพันธุ์ มีความสามารถต้านทานโรคไหม้ได้ดี (R) ต่อเชื้อสาเหตุโรคไหม้ทั้ง 4 ไอโซเลทเช่นเดียวกับข้าวสายพันธุ์ให้ RD6-Blast และ ข้าวเจ้าหอมนิล ขณะที่ข้าวสายพันธุ์ Jasmine IR57514 แสดงต้านทานในระดับปานกลาง (MR) ต่อเชื้อสาเหตุโรคไหม้ THL112 และ THL717 และแสดงความต้านทานโรคไหม้ได้ดี (R) ต่อเชื้อสาเหตุโรคไหม้ THL366 และ THL208 ซึ่งบ่งชี้ว่าสายพันธุ์ข้าวเหนียวหอมปรับปรุง BC1F5 ได้รับ qBl1 และ qBl11 ควบคุมลักษณะต้านทานโรคไหม้จาก RD6-Blast การประเมินลักษณะทนน้ำท่วมฉับพลันในสายพันธุ์ข้าวเหนียวหอมปรับปรุง BC1F5 จำนวน 21 สายพันธุ์ เปรียบเทียบกับ Jasmine IR57514 (สายพันธุ์แม่) RD6-blast (สายพันธุ์พ่อ) FR13A และ IR57514 (สายพันธุ์ตรวจสอบทนน้ำท่วมฉับพลัน) และ ขาวดอกมะลิ 105 (พันธุ์ตรวจสอบไม่ทนน้ำท่วมฉับพลัน) พบว่า สายพันธุ์ข้าวเหนียวหอมปรับปรุง BC1F5 มีค่าเฉลี่ยของเปอร์เซ็นต์การยืดตัว (15.79) เปอร์เซ็นต์การรอดชีวิต (54.65) และ คะแนนการฟื้นตัว (5.10) ไม่แตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.01) เมื่อเทียบกับข้าวสายพันธุ์แม่ Jasmine IR57514 (14.96, 53.24 และ 4.33 ตามลำดับ) และ IR57514 (10.63, 64.30 และ 5.67 ตามลำดับ) แต่แตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.01) เมื่อเปรียบเทียบกับสายพันธุ์พ่อ RD6-Blast (36.34, 2.26 และ 9.00 ตามลำดับ) และ ขาวดอกมะลิ105 (60.64, 0.00 และ 9.00 ตามลำดับ) บ่งชี้ว่าสายพันธุ์ข้าวเหนียวหอมปรับปรุง BC1F5 ได้รับยีน Sub1 ควบคุมลักษณะทนน้ำท่วมฉับพลันจากสายพันธุ์แม่ Jasmine IR57514 ผลจากการวิจัยครั้งนี้แสดงถึงประสิทธิภาพการใช้เครื่องหมายโมเลกุลช่วยคัดเลือกยีน/QTLs ควบคุมลักษณะต้านทานโรคไหม้และทนน้ำท่วมฉับพลันในสายพันธุ์ข้าวเหนียวหอมปรับปรุง BC1F5 คำสำคัญ: ข้าวเหนียว ความหอม โรคไหม้ น้ำท่วมฉับพลัน การใช้เครื่องหมายดีเอ็นเอช่วยคัดเลือก