การพัฒนาเครื่องหมายในระดับโมเลกุลของลักษณะความต้านทานโรคเหี่ยวเนื่องจากเชื้อ <EM>Phytophthora</EM> เพื่อการปรับปรุงพันธุ์พริก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โรคเหี่ยวในพริกจากเชื้อ Phytophthora เป็นโรคที่สำคัญซึ่งเข้าทำลายและทำให้ สูญเสียผลผลิตพริกเป็นจำนวนมากในแต่ละปี การพัฒนาพันธุ์พริกที่ต้านทานต่อโรคนี้ส่วน ใหญ่ได้พันธุกรรมความต้านทานจากพันธุ์ CM334 (Criollo de Morelos 334) ซึ่งในชุด โครงการนี้ได้รับความอนุเคราะห์มล็ดพันธุ์จาก AVRDC ประเทศไต้หวั่น และ TVRDC เพื่อ การพัฒนพันธุ์พริกของประเทศไทยให้มีความต้านทานต่อเชื้อตังกล่าว การศึกษาลักษณะ ทางสัณฐานวิทยาของเชื้อรา Phytophthora capsici ที่รวบรวมจากแหล่งปลูกพริกใน ประเทศไทย 8 ไอโซเลท พบว่า มีลักษณะแตกต่างกัน และเชื้อสาเหตุจำนวน 5 ไอโซเลท ค่อนข้างต้านทานต่อสารเคมีสาร metalaxy ที่ความเข้มข้น 100 ppm กลุ่มเชื้อราที่มีความ รุนแรงในการเข้าทำลายสูง ได้แก่ ไอโซเลทขุนวาง เชียงราย ตาก และแม่สอด ซึ่งสามารถใช้ ยืนยันความต้านทานของพริกพันธุ์ CM334 และ Tit Pais (ต้านทานและค่อนข้างต้านทาน ตามลำดับ) โดยที่พริกพันธุ์อื่นๆ แสดงอาการไม่ต้านทานต่อเชื้อ เมื่อสำรวจความแตกต่าง ทางพันธุกรรมโดยใช้ RAPD primers จำนวน 80 หมายเลข สามารถจำแนกกลุ่มพันธุ์พริกที่ ทดสอบได้เป็น 6 clusters โดยพันธุ์ CM334 มีความแตกต่างทางพันธุกรรมจากกลุ่มพริก พันธุ์ไทย และไพรเมอร์ หมายเลข 1475.3 เพียงหมายเลขเดียวที่ปรากฏแถบดีเอ็นเอ สำหรับพันธุ์ CM334 แต่ไม่ปรากฏแถบดีเอ็นเอนพันธุ์ที่ไม่ต้านทานอื่นๆ นอกจากนี้ ไพรเมอร์หมายเลข 1459.. ให้แถบดีเอ็นเอที่ใช้จำแนกพันธุ์ในกลุ่มต้านทาน 2 พันธุ์ ได้ และสามารถนำข้อมูลความแตกต่างทางพันธุกรรมเหล่านี้มาประกอบการพิจารณาเพื่อ ประโยชน์ในการปรับปรุงพันธุ์พริกที่ต้านทานต่อโรคเหี่ยวเนื่องจากเชื้อ Phytophthora สำหรับปลูกในประเทศไทยอย่างเป็นระบบต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประซากร ลูกผสมระหว่างพันธุ์ CM334 และพันธุ์ไม่ต้านทาน DK และ พจ 5-3-1-1 เมื่อนำผลการศึกษาข้างต้นมาพิจารณาประกอบกับผลการศึกษาการเพาะเลี้ยงอับ ละอองเกสรของพริกที่พบว่า ระยะขนาดดอกระหว่าง 2.6 - 3.0 มม. เป็นระยะที่สามารถซัก นำให้อับละอองเกสรของพริกพันธุ์ CA 365 เกิดเป็นแคลลัสสูงสุด (10 %) บนอาหารสูตร CP ที่เติม Kinetin 0.5 มก.ลิตร แต่ขนาดดอก 3.1- 4.0 มม. เป็นระยะที่ชักนำให้เกิดต้นได้ เฉลี่ย 3% บนอาหารสูตร CP ที่เติม Kinein 0.5 มก./ลิตร และ 2,4-D 0.5 มก./ลิตร ในขณะ ที่อาหารสูตร regeneration medium ที่ประกอบด้วย Kinetin 0.1 มก./ลิตร ช่วยให้พัฒนา เป็นต้นได้ และผลการศึกษาต้นทุนและวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของต้นทุน ปริมาณ และกำไร ที่พบว่า เกษตรกรผู้ปลูกพริกที่สำรวจ 10 ราย มีอัตราผลตอบแทนที่แตกต่างกันตามต้นทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นทุนในการจัดการโรค ที่คิดเป็นสัดส่วนตั้งแต่ 8.63 - 30.98 % ของ ต้นทุนโดยรวม และ 4.11 ถึง 33.16 % ของกำไรสุทธิ การบูรณการผลการทดลองข้างต้นขี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาพันธุ์พริกที่มี ความต้านทานโรคจากเชื้อ Phytophthora เพื่อส่งเสริมการผลิตพืชผลทางการเกษตรที่มี ความปลอดภัยต่อผู้บริโภค สิ่งแวดล้อมและให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นสำหรับเกษตรกรอย่าง ยั่งยืน