กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับการต้านทานสารก าจัดวัชพืช fenoxaprop-p-ethyl ใน หญ้านกชมพู (E. colona) ที่ระดับความเข้มข้นประกอบด้วย 0.5X (135 มล. สารออกฤทธิ์ผสมน้ า 80 ลิตรต่อไร่) 1X (180 มล. สารออกฤทธผิ์สมน้ า 80 ลิตร ต่อไร่) และ 2X (270 มล. สารออกฤทธิ์ผสมน้ า 80 ลิตรต่อไร่) โดยใช้ เครื่องหมายโมเลกุล HAT-RAPD ในการศึกษาใช้ไพรเมอร์จ านวน 10 ชนิด ซึ่งได้แก่ OPAA-01 ถึง OPAA-10 ผล การศึกษาพบว่าไพรเมอร์ OPAA-01 ให้แถบดีเอ็นเอที่บ่งชี้หญ้านกชมพูที่ต้านทานสารก าจัดวัชพืช fenoxaprop-pethyl อย่างชัดเจน มีความแน่นอนในการเกิดแถบดีเอ็นเอ (reproducible) เมื่อน ามาทดสอบหญ้านกชมพูที่รวบรวม จาก 7 ต าบล ในพื้นที่อ าเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี เกิดแถบดีเอ็นเอทั้งหมด 110 แถบ พบแถบดีเอ็นเอจ าเพาะ จ านวน 3 แถบ ซึ่งมีขนาด 420(L) 500(N) และ 550(O) คู่เบส คิดเป็นร้อยละ 2.73 ในพื้นที่ต าบลโพหัก (PH) พบ monomorphic band จ านวน 33 แถบ ซึ่งมีขนาดอยู่ในช่วง 90-280, 500 และ 550 คู่เบส คิดเป็นร้อยละ 30 และ polymorphic bands 55 แถบ คิดเป็นร้อยละ 50 เมื่อน าข้อมูลไปวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ด้วย Neighbor-Joining method สามารถจัดกลุ่ม E. colona ได้เป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 มีการหายไปของแถบดีเอ็นเอขนาด 360(A) และ 400(B) คู่เบส ที่มี polymorphic bands 7 แถบ คิดเป็นร้อยละ 87.50 ซึ่ง ได้แก่ พื้นที่ต าบลบางแพ (BP) วังเย็น (WY) และ วัดแก้ว (WK) ซึ่งมีความใกล้ชิดทางพันธุกรรมกับหญ้านกชมพูที่ต้านทานสารก าจัดวัชพืช fenoxaprop-p-ethyl และกลุ่มที่ 2 ที่พบแถบดีเอ็นเอขนาด 360(A) และ 400(B) คู่เบส ได้แก่พื้นที่ต าบลโพหัก (PH) ดอนใหญ่ (DY) ดอนคา (DK) หัวโพ (HP) ซึ่งมีความใกล้ชิดทางพันธุกรรม กับ E. colona ที่ไม่ต้านทานสารก าจัด วัชพืช fenoxaprop-p-ethyl ดั้งนั้นไพรเมอร์OPAA-01 ที่มีล าดับนิวคลีโอไทด์ 5? AGACGGCTCC 3? สามารถใช้ เป็นเครื่องหมายโมเลกุลเพื่อบ่งชี้E. colona ที่ต้านทานสารก าจัดวัชพืช fenoxaprop-p-ethyl ได้อย่างอย่างแม่นย า ถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ