กระบวนทัศน์ในการพัฒนามาตรการกำกับดูแลข่าวลวงบนอินเทอร์เน็ต
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาลักษณะทั่วไปของข่าวลวงและแนวคิดในการกำกับดูแลข่าวลวงบนอินเทอร์เน็ต 2) ศึกษาวิเคราะห์เปรียบเทียบมาตรการทางกฎหมายในการกำกับดูแลข่าวลวงบนอินเทอร์เน็ตของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สาธารณรัฐฝรั่งเศส สาธารณรัฐสิงคโปร์ และราชอาณาจักรไทย 3) ศึกษาวิเคราะห์ปัญหาและมาตรการกำกับดูแลข่าวลวงบนอินเทอร์เน็ตของราชอาณาจักรไทย และ 4) นำเสนอกระบวนทัศน์ที่เหมาะสมในการพัฒนามาตรการกำกับดูแลข่าวลวงบนอินเทอร์เน็ตในราชอาณาจักรไทย โดยการศึกษาข้อมูลเอกสาร การสำรวจแบบสอบถามจากประชาชนทั่วไปผ่านสื่อออนไลน์ 600 คน การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญผ่านสื่อออนไลน์ 16 คน การจัดสนทนากลุ่มผู้เชี่ยวชาญผ่านสื่อออนไลน์ 25 คน และการจัดสัมมนาเผยแพร่งานวิจัยและรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียผ่านสื่อออนไลน์ 80 คนผลการศึกษาวิเคราะห์พบว่า 1) ข่าวลวง หมายถึง ข้อมูลอันเป็นเท็จ ซึ่งผู้เผยแพร่เจตนาเผยแพร่เพื่อหลอกลวงผู้รับข้อมูล แนวคิดสำคัญในการกำกับดูแลข่าวลวงบนอินเทอร์เน็ต ได้แก่ การรู้เท่าทันสื่อ การกำกับดูแลด้านจริยธรรมสื่อมวลชน และการกำกับดูแลข่าวลวงโดยกฎหมาย 2) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สาธารณรัฐฝรั่งเศส และสาธารณรัฐสิงคโปร์ได้ตรากฎหมายเฉพาะมาบังคับใช้กับปัญหาข่าวลวงบนอินเทอร์เน็ต 2) ราชอาณาจักรไทยไม่มีกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์ในการกำกับดูแลข่าวลวงบนอินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะ มีเพียงการบังคับใช้มาตรา 14 (2) มาตรา 14 (5) และมาตรา 15 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 กับปัญหาข่าวลวง และ 3) ประชาชนไทยในทุกช่วงวัยส่วนใหญ่มีความรู้ความเข้าใจข่าวลวงไม่เพียงพอ ทำให้หลงเชื่อข่าวลวงบนอินเทอร์เน็ตได้ง่าย ฉะนั้น การวิจัยนี้จึงเสนอให้ราชอาณาจักรไทย 1) ควรมีการเพิ่มความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อแก่ประชาชนในทุกช่วงวัย เพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องการใช้เทคโนโลยีสื่อสารให้ทุกคนมีความรับผิดชอบต่อการสร้างและเผยแพร่ข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาและบรรจุหลักสูตรการรู้เท่าทันสื่อในการเรียนการสอนภาคบังคับตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษา และมหาวิทยาลัย 2) สนับสนุนให้เกิดองค์กรกลางต่อต้านข่าวลวงที่มีอำนาจตามกฎหมาย ประกอบไปด้วยตัวแทนของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน ภาคประชาสังคม และสถาบันการศึกษา ทำให้เกิดเป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลข่าวสาร และสร้างมาตรฐานการนำเสนอข้อข่าวมูลข่าวที่ถูกต้อง และ 3) พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา 14 (2) ให้สอดคล้องต่อปัญหาข่าวลวงบนอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันคำสำคัญ: การรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล ข่าวลวง อินเทอร์เน็ต มาตรการ การกำกับดูแล