การศึกษาวิเคราะห์ร่างพระราชบัญญัติจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์…..
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยเรื่อง การศึกษาวิเคราะห์ร่างพระราชบัญญัติจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์….. 1) เพื่อศึกษาพัฒนาการ ปัญหา และอุปสรรคของการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย 2) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบหลักการทางกฎหมายในการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในต่างประเทศกับร่างพระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.... 3) เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะต่อร่างพระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.... โดยการวิจัยครั้งนี้มีวิธีการดำเนินการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ซึ่งมีทั้งกระบวนการวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary Research) การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) และการสนทนากลุ่ม (Focus Group) ผลการศึกษาวิเคราะห์พบว่า 1) ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับจัดการซากผลิตภัณฑ์ฯ ไว้เฉพาะอย่างเป็นระบบ กรมควบคุมมลพิษจึงมีนโยบายยกร่างกฎหมายนี้ขึ้น โดยร่างพระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์ฯ ที่ผ่านมามีมา 4 ฉบับ 2) หลักการสำคัญที่นำมาใช้ในการยกร่างพระราชบัญญัตินี้ คือ หลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility) หรือหลัก EPR ตามแนวทางของต่างประเทศ โดยเฉพาะระเบียบ WEEE และRoHS ของสหภาพยุโรปที่เป็นกฎหมายสำคัญที่วางแนวทางให้แก่ประเทศสมาชิกและทั่วโลกนำไปปรับใช้ 3) รัฐบาลควรเร่งออกกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการซากผลิตภัณฑ์ฯ โดยความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ผู้บริโภค ท้องถิ่น และผู้จัดจำหน่าย คณะผู้วิจัยมีข้อเสนอว่า ในขณะที่ยังไม่มีกฎหมายในการจัดการซากผลิตภัณฑ์ฯ รัฐบาลต้องเร่งกำกับดูแลไม่ให้เกิดการลักลอบนำซากผลิตภัณฑ์ฯ เข้ามาจากต่างประเทศ และควรสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนในการแยกทิ้งซากผลิตภัณฑ์ฯ ออกจากขยะทั่วไป รวมทั้งภัยอันตรายที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน โดยเพิ่มข้อมูลในการเรียนการสอนทุกระดับและรณรงค์ผ่านสื่อต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง