โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนกรณีการดำเนินการด้านเทคโนโลยี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนกรณีการดำเนินการ ด้านเทคโนโลยี (สิทธิดิจิทัล) ผู้วิจัย นายบัณฑิต หอมเกษ งานวิจัยชิ้นนี้มุ่งศึกษากรอบบรรทัดฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารออนไลน์ (สิทธิดิจิทัล) และจัดทำข้อเสนอแนะสำหรับประเทศไทย โดยเน้นศึกษาเชิงลึกในประเด็นสิทธิในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เสรีภาพในการแสดงออก และสิทธิในความเป็นส่วนตัว โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ประกอบด้วย การศึกษาเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก และการประชุมกลุ่มย่อย ผลการวิจัยพบว่า กรอบสิทธิมนุษยชนที่ปรากฎในตราสารสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่มีอยู่นั้นยังสามารถตีความเพื่อปรับใช้ในยุคดิจิทัลได้ ภายใต้หลักการที่ยอมรับในทางสากลว่าสิทธิมนุษยชนที่บังคับใช้ในทางออฟไลน์ ยังมีผลบังคับใช้ในทางออนไลน์ด้วย เมื่อพิจารณาบริบทของประเทศไทย พบว่า กรอบรัฐธรรมนูญได้รับรองสิทธิมนุษยชนที่ค่อนข้างสอดคล้องกับตราสารสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอยู่ ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ในทางออนไลน์หรือกับเทคโนโลยีได้ แต่อาจจะมีบางประเด็นที่จำเป็นต้องทำให้ชัดเจนขึ้น เช่น สิทธิในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และสิทธิในการมีความคิดเห็นกับเสรีภาพในการแสดงออก เป็นต้น นอกจากนี้ การศึกษาเชิงลึกใน 3 ประเด็น พบว่า 1) สิทธิทางอินเทอร์เน็ต ยังไม่ได้ถูกรับรองว่าเป็นสิทธิมนุษยชนหรือสิทธิพลเมืองในรัฐธรรมนูญและกฎหมายไทย แต่ในทางปฏิบัติ ประเทศไทยได้มีการดำเนินการเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างทั่วถึงผ่านกฎหมายและนโยบายต่าง ๆ ที่มีอยู่ 2) ประเด็นเสรีภาพในการแสดงออก โดยเน้นไปที่การจำกัดเนื้อหาทางออนไลน์นั้น พบว่า มีทั้งส่วนที่ก้าวหน้าในเรื่องของการพัฒนาหลักประกันเชิงกระบวนการสำหรับการปิดกั้นเนื้อหาทางออนไลน์ แต่ก็ยังส่วนที่ข้อกังวลเกี่ยวกับการดำเนินคดีต่อการเผยแพร่เนื้อหาทางออนไลน์ โดยเฉพาะต่อการแสดงออกที่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและสถาบันทางการเมือง โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกฎหมายที่คลุมเครือ ตลอดจนอัตราโทษที่ไม่ได้สัดส่วน และ 3) สิทธิในความเป็นส่วนตัว โดยเน้นไปที่ประเด็นการสอดส่องโดยรัฐ พบว่า ยังมีช่องว่างของกรอบกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิความเป็นส่วนตัวในมิติของการสอดส่อง และยังพบข้อท้าทายเกี่ยวกับการสอดส่องแบบลับ ซึ่งยากที่การตรวจสอบและเป็นอุปสรรคในการแสวงหาการเยียวยาของผู้ที่ได้รับผลกระทบ งานวิจัยชิ้นนี้ จึงได้เสนอแนะให้มีการกฎหมายรับรองสิทธิในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับการจำกัดเนื้อหา และการสอดส่อง ให้มีความชัดเจน แน่นอน คาดหมายได้ และสอดคล้องกับพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ตลอดจนมีกลไกตรวจสอบและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกละเมิดสิทธิดังกล่าวอย่างมีประสิทธิผล คำสำคัญ สิทธิดิจิทัล, สิทธิทางอินเทอร์เน็ต, ,เสรีภาพในการแสดงออก, สิทธิความเป็นส่วนตัว, การสอดส่อง