โครงการพัฒนาระบบการเรียนการสอนทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งเสริมการทำวิจัยที่ดีในมนุษย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ความเจริญก้าวหน้าของศาสตร์สาขาต่างๆ เช่น ทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่เกิดจากงานวิจัยศึกษาความชุก อุบัติการณ์ พัฒนาการป้องกัน การวินิจฉัย กระบวนการรักษา การพัฒนาคุณภาพ การรักษาพยาบาล และส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการทำวิจัยในคน ทั้งนี้การทำวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคนต้องยึดถือเอาความอยู่ดีมีความสุขและความปลอดภัยของอาสาสมัครเป??นสิ่งสำคัญก่อน นอกจากนี้การทำวิจัยด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับคน แม้ว่าไม่มีการใช้สิ่งแทรกแซงที่อาจทำให้เกิดอันตรายต่ออาสาสมัคร แต่การศึกษาวิจัยโดยใช้แบบสอบถาม การสัมภาษณ์ หรือการสำรวจก็อาจทำให้เกิดความเสี่ยงหรือผลกระทบต่ออาสาสมัครทางด้านเศรษฐกิจ สังคม จิตใจ อาจก่อให้เกิด ตราบาปต่ออาสาสมัครหรือชุมชนได้ ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับอาสาสมัครในโครงการวิจัยเป??นภาระที่ผู้วิจัยต้องรับผิดชอบโดยตรง ผู้ทำการวิจัยจะต้องปกป้องชีวิต สุขภาพ ความเป??นส่วนตัวและความมีศักดิ์ของอาสาสมัคร ดังนั้นผู้วิจัยจำเป??นต้องมีความรู้พื้นฐานเป??นอย่างดีเกี่ยวกับเรื่อง การปกป้องอาสาสมัคร (human subject protection) จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงมีการดำเนินการ โครงการพัฒนาระบบการเรียนการสอนทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งเสริมการทำวิจัยที่ดีในมนุษย์ เพื่อสร้างระบบการเรียนการสอนทางอิเล็กทรอนิกส์และบทเรียนด้านการวิจัยที่ดีในมนุษย์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ป??จจุบัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบการเรียนการสอนทางอิเล็กทรอนิกส์และบทเรียนด้านการวิจัยที่ดีในมนุษย์ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีสังคมและสถานการณ์ในป??จจุบันเพื่อตอบสนองตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ป?? ของประเทศไทย ในการพัฒนาองค์ความรู้ วิจัย และนวัตกรรมและ เพื่อให้บุคลากรการวิจัยในประเทศไทย สามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสามารถประเมินพัฒนาทางด้านการวิจัยของตนเองอย่างเป??นระบบสรุปผลการดำเนินโครงการฯได้จัดทำและพัฒนาระบบการเรียนการสอนทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-learning) ในรูปแบบ web application ที่รองรับการแสดงผลทั้งบนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์มือถือ บนพื้นฐานของชุดโปรแกรมประเภท Open Source ประกอบด้วย๑. ระบบจัดการหลักสูตร (course management) กลุ่มผู้ใช้งานแบ่งเป??น ๓ ระดับ คือ ผู้เรียน ผู้สอน และผู้บริหารระบบ โดยสามารถเข้าสู่ระบบจากที่ไหน เวลาใดก็ได้ สามารถบันทึกความคืบหน้าและเรียนต่อเนื่องได้ โดยผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตก๒. ระบบการสร้างบทเรียน (content management) ประกอบด้วยเครื่องมือในการช่วยสร้าง content ระบบสามารถใช้งานได้ดีทั้งกับบทเรียนในรูป text – based และบทเรียนในรูปแบบ streaming media๓. ระบบการทดสอบและประเมินผล (test and evaluation system) มีระบบคลังข้อสอบโดยเป??นระบบการสุ่มข้อสอบสามารถจับเวลาการทำข้อสอบและการตรวจข้อสอบอัตโนมัติพร้อมเฉลย รายงานสถิติ คะแนน และสถิติการเข้าเรียนของผู้เรียนตลอดจนได้รับใบประกาศนียบัตรเมื่อผ่านการอบรมและประเมินผลผ่านตามเกณฑ์โดยทีมได้พัฒนาสื่อการเรียนการสอนและหลักสูตร Human Subject Protection (HSP) และ Responsible Conduct of Research (RCR) โดยให้อ้างอิงบทเรียนตามเนื้อหาหลักปฏิบัติพื้นฐาน และเนื้อหาตามที่ วช. เคยพัฒนาไว้แล้ว และผ่านกระบวนการ peer review จากผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญในกระบวนการวิจัย และการพัฒนางานวิจัยที่มีมาตรฐานสากล จนได้หลักสูตรที่นำสู่บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ หลักสูตร HSP และ RCR ให้จัดทำหัวข้อบทเรียนในลักษณะเช่นเดียวกับของ CITI แต่เนื้อหาสาระให้ใช้ในบริบทของประเทศไทย หลังจากนั้นได้นำข้อมูลทั้งหมดส่งให้ทางฝ่าย พัฒนาระบบโปรแกรมการจัดการเรียนรู้ด้วยตนเอง (e-learning) เพื่อทำการลงข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์ และได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์วิดีโอทางสื่อออนไลน์ให้ผู้เรียนสามารถเข้ามาเรียนในระบบได้ โดยได้ใช้เวลาในการดำเนินกิจกรรม ทั้งสิ้นไม่เกิน ๓๖๕ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา ทั้งนี้ทางคณะผู้วิจัยได้จัดจัดทำคู่มือและวิดีโอสาธิต ที่แสดงวิธีการใช้งานระบบเพื่อให้ผู้เรียน ผู้ดูแลระบบ ทราบถึงรายละเอียดวิธีการทำงานของระบบ และได้ดำเนินการถ่ายทอดความรู้เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๕ โดยมีผู้สนใจจากทางวช.เข้าร่วมประชุมรวมทั้งแนะนำข้อเสนอแนะเพื่อนำมาปรับปรุงในการทำกิจกรรมครั้งต่อไปข้อเสนอแนะระบบมีการพัฒนามากขึ้นและมีการเข้าถึงของผู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็ว โดยควรมีการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ผู้ใช้งานได้เข้ามาใช้ระบบอย่างต่อเนื่อง และสามารถทราบจำนวนผู้เข้ามาใช้งานได้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในอนาคต รวมถึงเตรียมพร้อมให้ระบบสามารถรองรับการเพิ่มหลักสูตรในอนาคตได้เช่น หลักสูตร Good Clinical Practice (GCP) หรือหลักสูตรอื่นๆ ซึ่งอยู่ในระหว่างการพัฒนาหลักสูตร