ศึกษาแนวทางการพัฒนาคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคนของประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทสรุปผู้บริหาร กระบวนการขอการรับรองโครงการวิจัยที่มีความเกี่ยวข้องกับอาสาสมัครของประเทศไทยมีจำนวนมากขึ้นทั้งเป็นงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับทางด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และ วิทยาศาสตร์ ซึ่งมีประเภทและรูปแบบของโครงการวิจัยที่ส่งผลต่อความเสี่ยงต่ออาสาสมัคร ซึ่งคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน (Ethics Committee, EC) การขับเคลื่อนงานเพื่อพัฒนาคุณภาพการดำเนินงานตาม มาตรฐาน ทั้งในระดับชาติและ/หรือระดับนานาชาติจึงเป็นกลไกที่สำคัญนอกจากการขอรับทุนสนับสนุนและการเผยแพร่งานวิจัยแล้ว ส่วนที่สำคัญคือการปกป้องสิทธิและความเป็นอยู่ที่ดีของอาสาสมัครให้ครอบคลุมมากขึ้นโครงการศึกษาแนวทางการพัฒนาคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคนของประเทศไทย เป็นหนึ่งในโครงการที่สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคนของประเทศไทย สถานการณ์ปัจจุบันของคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคนของประเทศไทย เพื่อทราบอุปสรรคและปัญหาของการดำเนินงานเกี่ยวกับคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคนของประเทศไทย เพื่อ วช. จะได้ใช้ในการดำเนินแนวทางการพัฒนาคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน ยกระดับมาตรฐานการวิจัยในคนในประเทศไทยให้มีคุณภาพ สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และไปสู่ระดับสากลต่อไปโครงการนี้ได้ออกแบบการดำเนินงานโดยใช้แบบสำรวจ เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานภาพคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคนของประเทศไทย โดยครอบคลุมในหลายประเด็นที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถานภาพ การดำเนินงานในช่วงปี พ.ศ. 2562-2564 ปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะในความต้องการสนับสนุนเพื่อการยกระดับการดำเนินงานและการปฏิบัติที่ดีตามหลักการของจริยธรรมการวิจัยในคน โดยได้ส่งแบบสำรวจไปยังหน่วยงาน องค์กรที่คาดว่าจะมีการดำเนินงานการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับอาสาสมัครในกลุ่มสถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยรัฐ เอกชน โรงพยาบาล สถานพยาบาลสำนักงานและศูนย์วิชาการในระดับต่างๆ ในประเทศไทย แล้วนำมาวิเคราะห์ถึงประเด็นของสถานภาพ ปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากแบบสำรวจที่ส่งไปหน่วยงานเป้าหมายที่สอบถามถึงการมีคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคนของ สถาบันจำนวน 368 แห่ง พบว่า จำนวนนี้มีจำนวนที่ตอบกลับมาว่ามีคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคนจำนวน242 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 65.76 และจากแบบสำรวจที่สอบถามเชิงรายละเอียดของการดำเนินงานที่ส่งจำนวน 303แห่ง มีจำนวนของหน่วยงานที่ตอบกลับแบบสำรวจจำนวน 195 แห่ง หรือคิดเป็นร้อยละ 64.36 และได้มีการนำกลุ่มของสถาบันที่มีการดำเนินงานของคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคนมาจัดกระบวนการสนทนากลุ่ม เพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรู้และการเสนอประเด็นปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะต่อการพัฒนาของกลุ่มสถาบันที่มีสถานภาพและการบริหารงานที่คล้ายคลึงกัน พบว่าการสนทนากลุ่มครั้งนี้ ผู้ร่วมสนทนาได้ให้ข้อเสนอแนะเพื่อทำให้เกิดการพัฒนาในประเด็นที่สำคัญได้แก่ ข้อจำกัดด้านนโยบายที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่กำหนดนโยบายระดับชาติก-2 รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาแนวทางการพัฒนาคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคนของประเทศไทย V. 2.0 16 กันยายน 2565เพื่อผลักดันให้เกิดนโยบายระดับสถาบันต่อไป และช่วยทำให้เกิดการขับเคลื่อนในระดับสถาบันได้ชัดเจนขึ้น โดยประเด็นของการมีนโยบายที่ชัดเจน จะนำไปสู่การลดข้อจำกัดในหลายด้าน ทั้งด้านบุคลากร งบประมาณ อุปกรณ์สถานที่และการฝึกอบรมไปได้ด้วย ประเด็นการพัฒนาคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคนของสถาบัน ที่คณะกรรมการจำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจและประสบการณ์ต่อการอ่านพิจารณาโครงการในมิติที่ครบถ้วนและหลากหลาย รวมถึงมีทัศนคติ มุมมองที่ดีต่อการทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการ ซึ่งสถาบันส่วนใหญ่ยังมีข้อจำกัดในด้านการพัฒนาศักยภาพของคณะกรรมการนี้มาก การมีหน่วยงานที่จะช่วยพัฒนาและจัดการหลักสูตรเพื่อทำให้เกิดการพัฒนาคณะกรรมการอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยทำให้เกิดการเสริมศักยภาพเป็นไปอย่างเป็นระบบได้การที่สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มีนโยบายในการสนับสนุนและให้งบประมาณในการจัดฝึกอบรมและการขอรับรองมาตรฐาน รวมถึงมีระบบการให้การรับรองมาตรฐานสำนักงานคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคนระดับชาติ (NECAST) โดยแบ่งเป็น ระดับ 1–3 ทำให้องค์กรที่เหมาะสมกับบริบทของสถาบันที่ขอรับรองมาตรฐานเป็นระดับขั้น ในการที่จะช่วยส่งเสริมบทบาทของ วช. ในการขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคนของประเทศไทยให้เป็นรูปธรรมได้ นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีหน่วยงานหรือองค์กรระดับเครือข่ายที่เป็นกลไกกลางของความร่วมมือ พัฒนาเข้มแข็งและเสริมศักยภาพ เช่น ชมรมการวิจัยในคนในประเทศไทย (FERCIT) ที่เป็นองค์กรที่มีความเข้มแข็งในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพและศูนย์กลางแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคนทั่วประเทศ รวมถึงการมีต้นแบบของเครือข่ายในระดับภูมิภาค ที่มีคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์เครือข่าย (Network of Research Ethics Committee : NREC) ได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมให้มีการขับเคลื่อนและช่วยเสริมความเข้มแข็งจากการดำเนินงานพัฒนาคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคนของเครือข่ายได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถนำไปประยุกต์และต่อยอดในพื้นที่ภูมิภาคอื่นได้ต่อไป