การประเมินคุณภาพของผลสับปะรดด้วยเทคนิคเนียร์อินฟราเรด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
สับปะรด (Ananas comosus L.) พันธุ์ปัตตาเวีย (‘Pattawia’ variety) เป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่งของประเทศไทย อัตราส่วนของปริมาณของแข็งที่ละลายได้ทั้งหมดต่อค่าความเป็นกรด (B/A) เป็นดัชนีบอกถึงคุณภาพของสับปะรด ดังนั้นการตรวจสอบ B/A แบบไม่ทำลายจึงมีความต้องการต่ออุตสาหกรรมการแปรรูปสับปะรด เทคนิคการดูดกลืนแสงช่วงใกล้อินฟราเรดแบบทะลุผ่านในช่วงความยาวคลื่น 665-955 นาโนเมตร ได้ถูกนำมาใช้สำหรับการสร้างสมการเพื่อใช้ในการทำนาย B/A โดยใช้วิธีการวิเคราะห์การถดถอยบางส่วนโดยวิธีกำลังสองน้อยที่สุดหรือ partial least squares regression (PLSR) จากข้อมูลสเปกตรัมการดูดกลืนพลังงานแสงใกล้อินฟราเรดช่วงคลื่นสั้นแบบทะลุผ่านของผลสับปะรดที่ผ่านกระบวนการ pretreatment ด้วยวิธี Smoothing (Savitzky-Golay) ร่วมกับ standard normal variate transformation (SNV) และ first derivative differentiation (Savitzky-Golay) จากกลุ่มสับปะรดสำหรับการสร้างสมการ (calibration set) จำนวน 106 ตัวอย่าง และทดสอบสมการโดยกลุ่มสำหรับการทำนาย (prediction set) จำนวน 53 ตัวอย่าง ได้ผล correlation coefficient (R) เท่ากับ 0.801 และค่าของความผิดพลาดจาการทำนายหรือ Root mean square error of prediction (RMSEP) เท่ากับ 2.795 จากผลที่ได้นี้แสดงให้เห็นว่า เทคนิคการดูดกลืนแสงช่วงใกล้อินฟราเรดแบบทะลุผ่านมีศักยภาพที่จะสามารถนำไปใช้เพื่อทำนาย B/A ของผลสับปะรดแบบไม่ทำลายได้