การสกัดน้ำสับปะรดและผลิตเชื้อเพลิงแข็งชีวมวลจากเปลือกสับปะรด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
สับปะรดเป็นพืชที่มีความสำคัญของประเทศไทย สามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายชนิด ปัจจุบันมีของเสียจากสับปะรดเหลือทิ้งจากโรงงานเป็นจำนวนมาก ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อจะนำของเสียมาพัฒนาใช้ให้เกิดประโยชน์ ตอนที่ 1 ทำโดยการสกัดน้ำสับปะรดจากเปลือกโดยใช้หลักการ solid-liquid extraction โดยใช้น้ำสะอาดและใช้อุณหภูมิในการสกัดที่ 40 ?C 60 ?C และ 80 ?C ใช้สัดส่วนของเปลือกสับปะรดต่อน้ำที่ 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 5 ลิตร และ 0.5 กิโลกรัม ต่อน้ำ 5 ลิตร และใช้ขนาดเปลือกสับปะรดที่ 5 cm และ 10 cm ทำการสกัดจนกระทั่งระบบเข้าสู่สมดุล จึงนำน้ำสับปะรดที่ได้ทำการระเหยจนได้น้ำสับปะรดที่มีปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำได้ทั้งหมดเท่ากับน้ำสับปะรดตามธรรมชาติ แล้วนำน้ำสับปะรดทำการสกัดมาเปรียบเทียบกับน้ำสับปะรดจริงจากค่าความหวาน ค่าสี ค่า pH และ ค่า % pulp จากผลการทดลอง น้ำสับปะรดสกัดที่อุณหภูมิ 80 ?C สัดส่วนของเปลือกสับปะรดต่อน้ำ 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 5 ลิตร และเปลือกสับปะรดขนาด 5 cm มีอัตราในการสกัดสูงสุด แต่คุณภาพที่ได้ต่างจากน้ำสับปะรดจริงมาก ส่วนน้ำสับปะรดสกัดที่อุณหภูมิ 40 ?C สัดส่วนของเปลือกสับปะรดต่อน้ำ 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 5 ลิตร และเปลือกสับปะรดขนาด 5 cm ได้น้ำสับปะรดที่มีคุณภาพที่ดีกว่าและมีความเหมาะสมสำหรับกระบวนการสกัด ตอนที่ 2 ทำโดยนำเปลือกสับปะรดที่ผ่านกระบวนการสกัดมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงแข็งอัดแท่งเปรียบเทียบกับการใช้เปลือกสับปะรดสด โดยการนำเปลือกสับปะรดไปตากแห้ง จากนั้นนำมาบดด้วยเครื่องบด. ใช้อัตราส่วนการผสมระหว่างสารยึด (แป้งมันสำปะหลัง) กับเปลือกสับปะรดในอัตราส่วนต่างๆ เพื่อพิจารณาหาปริมาณของสารยึดที่เหมาะสมที่นำมาผสมเพื่ออัดให้ได้เป็นแท่งเชื้อเพลิงที่แข็งแรงด้วยเครื่องอัดแบบสกรู จากนั้นนำไปแท่งเชื้อเพลิงไปตากแห้งอีกครั้ง แล้วนำไปวิเคราะห์คุณสมบัติต่างๆของเชื้อเพลิงอัดแท่ง ได้แก่ ค่าความหนาแน่น แรงกระแทก ค่าประสิทธิภาพการใช้งานของความร้อน ค่าปริมาณความร้อน และต้นทุนการผลิต โดยพบว่า จำนวนวันที่ตาก (4 วัน สำหรับเปลือกสด, 1 วัน สำหรับเปลือกสกัด) และอัตราส่วนแป้ง (10% สำหรับเปลือกสด, 15% สำหรับเปลือกสกัด) เหมาะสมสำหรับการผลิตเชื้อเพลิงแท่งจากเปลือกสับปะรด ดังนั้น เปลือกสับปะรดมีศักยภาพที่จะนำมาใช้ในการผลิตเป็นเชื้อเพลิงแข็งชีวมวลได้ คำสำคัญ : น้ำสับปะรด, เปลือก, การสกัด, ชีวมวล, เชื้อเพลิง